หน้าบ้านเว็บ บุคลากรของสนง.วัฒนธรรมจังหวัดจันทบุรี ภารกิจของ สนง.วัฒนธรรมจังหวัดจันทบุรี วิสัยทัศน์ของ สนง.วัฒนธรรมจังหวัดจันทบุรี นโยบายของ สนง.วัฒนธรรมจังหวัดจันทบุรี โครงการต่าง ๆ ของสนง.วัฒนธรรมจังหวัดจันทบุรี กระดานข่าว / Webboard สมุดเยี่ยม / Guestbook ติดต่อผู้ดูแลเว็บ
<-- น้ำตกลือเลื่อง เมืองผลไม้ พริกไทยพันธุ์ดี อัญมณีมากเหลือ เสื่อจันทบูร สมบรูณ์ธรรมชาติ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช รวมญาติกู้ชาติที่จันทบุรี . . .
     
   
  แผนที่ทางวัฒนธรรม
  ศูนย์บูรณาการวัฒนธรรม
  ข้อมูลประจำจังหวัด
  ประวัติศาสตร์จันทบุรี
  สถานที่สำคัญของจังหวัด
  ของดีประจำท้องถิ่น
  วิถีชีวิตชาวจันท์
  ธรรมชาติวิทยา
  บุคคลสำคัญของท้องถิ่น
  ภูมิปัญญาชาวบ้าน
 
 
แหล่งโบราณคดีเขาแก้ว

ลักษณะทั่วไป

แหล่งโบราณคดีเขาแก้ว อยู่ในเขตตำบลหนองตาคง อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี เป็นภูเขาหินปูน อยู่ระหว่างเขาโกนและเขา
ตาชะเมา ตามสภาพภูมิศาสตร์ เขาแก้วอยู่ห่างจากเส้นกั้นเขตแดนระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐกัมพูชาประชาธิปไตยเป็น
ระยะทาง ๓ กิโลเมตร จุดสูงสุดของเขาแก้วสูงประมาณ ๒๕๘ เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง มีถ้ำอยู่รวม ๑๖ ถ้ำ รอบ ๆ เขาแก้ว
มีแหล่งน้ำธรรมชาติอยู่ใกล้เคียงคือคลองบอน ประมาณ ๑ กิโลเมตร ทางทิศตะวันตก คลองเหม็นประมาณ ๕๐๐ เมตร ทางทิศใต้และ
คลองแก้วประมาณ ๑.๕ กิโลเมตร ทางทิศตะวันออก ลำคลองทั้งสามสายมีน้ำไหลไม่ตลอดปี

แหล่งโบราณคดีเขาแก้วสำรวจพบครั้งแรกเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. ๒๕๓๘ โดยฝ่ายวิชาการกองพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร่วมกับงาน
โบราณคดีใต้น้ำ กรมศิลปากร ได้เก็บตัวอย่างเครื่องมือหินถ กะเทาะมาเพื่อวิเคราะห์ ต่อจากนั้นในเดือนมิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๘
หน่วยศิลปากรที่ ๕ กับฝ่ายวิชาการกองพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติและงานโบราณคดีใต้น้ำได้ทำการสำรวจอีกครั้ง ในจำนวนถ้ำทั้งหมด
๑๖ ถ้ำ ได้ทำการสำรวจเฉพาะถ้ำขนาดใหญ่ จำนวน ๓ ถ้ำ ผลการสำรวจมีดังนี้


    ถ้ำหมายเลข ๑
    อยู่บริเวณหัวเขาทางทิศใต้ เป็นถ้ำ ( Cave ) ขนาดใหญ่ แบ่งได้เป็นสามส่วน ส่วนที่หนึ่งเป็นเพิงผา ( Rock Shelter ) อยู่ด้านหน้า
    ของถ้ำกว้างประมาณ ๑๕ เมตร ลึกประมาณ ๘ เมตรแสงสว่างเข้าได้ทั่วถึง พื้นถ้ำบริเวณเพิงผาใกล้ผนังถ้ำทางทิศตะวันออกมีรอย
    ขุดมูลค้างคาวเป็นหลุมขนาดใหญ่ลึกกว่า ๑ เมตร ทำให้หลักฐานทางโบราณคดีส่วนหนึ่งถูกขุดขึ้นมาด้วย บริเวณเพิงผาถ้ำพบ
    หลักฐานทางโบราณคดีประเภทเครื่องมือหินกะเทาะจำนวนมาก ส่วนที่สองเป็นห้องขนาดเล็ก ปากทางเข้ากว้างประมาณ ๑.๕๐ ม.
    ภายในเป็นคูหากว้างประมาณ ๓ เมตร แสงสว่างเข้าทั่วทั้งห้องที่ผนังห้องด้านในมีช่องสูงจากพื้นถ้ำประมาณ ๒ เมตร จากช่องนี้
    สามารถปีนขึ้นเพื่อสู่ส่วนที่สามซึ่งเป็นห้องอยู่ด้านในสุด ลักษณะเป็นถ้ำเกือบกลม กว้างประมาณ ๑๐ เมตร ภายในห้องแสงสว่าง
    เข้าถึงได้เพียงเล็กน้อยทำให้ค่อนข้างมืดเกือบสนิท หลักฐานที่พบภายในถ้ำหมายเลข ๑ เป็นเครื่องมือหินกะเทาะรูปไข่ เครื่องมือ
    หินกะเทาะรูปเกือบกลม เครื่องมือรูปหยดน้ำ สะเก็ดหิน มีทั้งกะเทาะหน้าเดียวและกะเทาะ ๒ หน้า ทำจากไรโอไลท์ แอนดีไซท์
    และทัฟท์ ในลักษณะหินกรวดมน ซึ่งพบได้ ทั่งไปบริเวณ พื้นที่ใกล้ ๆ กับถ้ำ และพบเศษภาชนะดินเผาเนื้อเครื่องดิน มีทั้งแบบ
    ผิวเรียบและตกแต่งเป็นลายขูดขีด รวมทั้งพบกระดูกสัตว์ เขาสัตว์พวกเก้ง กวาง และชิ้นส่วนกระดูกมนุษย์จำนวนหลายชิ้น


    ถ้ำหมายเลข ๒
    บริเวณพื้นถ้ำยังไม่ถูกรบกวน หลักฐานผิวหน้าดินจึงพบไม่มาก พบเพียงเครื่องมือสะเก็ดหิน โกลนเครื่องมือหินขัด เศษภาชนะ
    ดินเผา เนื้อเครื่องดิน


    ถ้ำหมายเลข ๓
    บริเวณถ้ำยังไม่ถูกรบกวนเช่นเดียวกับถ้ำหมายเลข ๒ จึงพบเศษชิ้นส่วนของเครื่องมือหินกะเทาะค้อนหินซึ่งชำรุดหักกลาง มี
    ร่องรอยการใช้งานที่ส่วนปลาย เศษภาชนะดินเผาเนื้อเครื่องดินลายขูดขีดและลายกดประทับ


หลักฐานทางโบราณคดีที่พบในแหล่งโบราณคดีเขาแก้ว

บริเวณเพิงผา ( Rock Shelter ) พบเครื่องมือหินกะเทาะและสะเก็ดหินจำนวนมาก ซึ่งอาจจะเป็นสถานที่ผลิตหรือทำเครื่องมือหิน ลักษณะ
ของเครื่องมือหินกะเทาะเป็นแบบโหบินเฮียน ( Hoabinhian ) ซึ่งมีอายุประมาณ ๑๐,๐๐๐ - ๖,๐๐๐ ปีมาแล้ว เครื่องมือหินกะเทาะที่พบที่
เขาแก้วนี้ส่วนหนึ่งสามารถเปรียบเทียบได้กับการจำแนกเครื่องมือหินกะเทาะของ Dr. H.R. Van Heekerenและ Count Eigil Knuth
ซึ่งได้จำแนกเครื่องมือหินกะเทาะที่ไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เครื่องมือหินกะเทาะแบบนี้ในเขตภาคตะวันออกของประเทศไทย มีการ
พบครั้งแรกที่ถ้ำแห่งหนึ่งในบริเวณเขาชะอาง ตำบลบ่อทอง จังหวัดชลบุรี และยังได้พบในแหล่งใกล้เคียงกับเขาแก้ว คือแหล่งลาง
สะเปียน ( Laang Spean ) ในเขตจังหวัดพระตะบองประเทศสาธารณรัฐกัมพูชาประชาธิปไตย ซึ่งอยู่ห่างออกไปทางทิศตะวันออกเป็น
ระยะทางประมาณ ๔๐ กิโลเมตรจากเขาแก้ว ที่แหล่งโบราณคดีแหล่งนี้ได้พบเครื่องมือหินกะเทาะและเศษภาชนะดินเผาจากการขุดค้น
และกำหนดอายุได้ ๖,๒๔๐ + ๗๐ ปีมาแล้ว ( พีรพน พิสณุพงศ์. ๒๕๓๘ )

ถ้ำเขาแก้วนี้อาจเป็นที่อยู่อาศัย ( Habitation Sites ) หรือประกอบกิจกรรมของสมัยก่อนประวัติศาสตร์ เมื่อประมาณ ๑๐,๐๐๐ - ๖,๐๐๐
ปีมาแล้ว และอาจจะพัฒนาการต่อเนื่องหรือทิ้งร้างไปแล้วกลับมาใช้ใหม่อีกครั้งในช่วงเวลาที่ทำเครื่องมือหินขัดขึ้นใช้ เมื่อประมาณ
๔,๐๐๐ - ๒,๐๐๐ ปีมาแล้ว
 
แหล่งโบราณคดีบ้านคลองบอน ( ไร่นายเคน สารเลา )

ประวัติความเป็นมาของแหล่งโบราณคดี

ปลายปี พ.ศ. ๒๕๓๕ นายเคน สารเลา ราษฎรหมู่ที่ ๔ บ้านคลองบอน ตำบลหนองตาคงอำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ทำการไถและ
ปรับปรุงพื้นที่เพื่อเพาะปลูกพืชสวน พบเศษภาชนะดินเผาขวานหิน กำไลหิน และเศษกระดูกมนุษย์จำนวนมาก จึงได้รวบรวมและนำ
หลักฐานต่าง ๆ ไปให้สถาบันราชภัฏรำไพพรรณี เมื่อตรวจสอบแล้วมีความเป็นไปได้ว่า เป็นเครื่องมือเครื่องใช้ของคนสมัยก่อนประวัติ
ศาสตร์ยุคหินใหม่ จึงรายงานให้กรมศิลปากรทราบ

นักโบราณคดีและช่างสำรวจของกรมศิลปากรดำเนินการสำรวจเบื้องต้นเมื่อ วันที่ ๒๗ เมษายนพ.ศ. ๒๕๓๖ พบว่าบริเวณเนินดินภาย
ใน ไร่ซึ่งเป็นพื้นที่เพาะปลูกประมาณ ๓ - ๕ ไร่ มีเศษภาชนะดินเผา ขวานหิน กำไล และเศษกระดูกมนุษย์กระจายอยู่เต็มบริเวณเนิน
ดิน จนกระทั่งปี พ.ศ.๒๕๓๙โดยอนุมัติของกรมศิลปากร และการสนับสนุนงบประมาณจากจังหวัดจันทบุรี สาขาโบราณคดีสมัยก่อนประวัติ
ศาสตร์ ภาควิชาโบราณคดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร จึงนำนักศึกษาเข้าทำการขุดต่อมาปี พ.ศ. ๒๕๔๑ ได้ทำการขุดทดสอบ
อีกครั้งหนึ่ง


ลักษณะทางภูมิศาสตร์ของแหล่งโบราณคดี

ที่ตั้งของแหล่งอยู่ภายในไร่มะละกอของ นายเคน สารเลา ท้องที่หมู่ที่ ๔ บ้านคลองบอน ตำบลหนองตาคง อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี
ลักษณะของแหล่งเป็นที่ราบเชิงเขา รูปร่างพื้นผิวดินเป็นลูกคลื่นลอนลาด มีภูเขาล้อมทั้งสี่ด้านเขาตาชะเมาอยู่ทางทิศเหนือ และมีลำน้ำ
ธรรมชาติขนาดใหญ่ แต่มีน้ำไหลไม่ตลอดปี ขนาบอยู่สองข้างทางทิศตะวันออกคือคลองบอนซึ่งอยู่ห่างจากแหล่งโบราณคดีประมาณ ๕๐๐
เมตร ทางทิศตะวันตกมีคลองกันทึมอยู่ห่างประมาณ ๑.๕ กิโลเมตร ขอบเขตของแหล่งด้านทิศเหนือมีลำน้ำเก่าซึ่งตื้นเขิน แต่มีลักษณะ
ที่บ่งชี้ว่าเคยเป็นลำน้ำเก่าปรากฏอยู่


ลักษณะโครงกระดูก

ลักษณะกระดูกนอนหงายเหยียดยาวหันศีรษะไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ กะโหลกศีรษะแตกบุบเป็นชิ้นเล็ก เนื่องจากการกดทับของ
ดินบริเวณรอบ ๆ คอ พบลูกปัดเปลือกหอยจำนวนมากรูปทรงกลมขนาดเล็กและรูปตัวอักษรตัว N. อยู่โดยรอบคอ กระดูกซี่โครงผุกร่อน
มาก ที่แขนทั้งสองข้างมีกำไลเปลือกหอยสวมอยู่ข้างละ ๑ วง บริเวณช่วงขา พบภาชนะดินเผาที่แตกหักชำรุดวางอยู่จำนวน๓ ใบ ขาท่อน
ล่างด้านซ้ายหักบริเวณกึ่งกลางท่อนล่างสุดหายไป


สรุปหลักฐานทางโบราณคดีที่พบ

หลักฐานทางโบราณคดีปัจจุบันยังไม่ได้ทำการวิเคราะห์รายละเอียด ขอนำเสนอเป็นเบื้องต้นคือ

1. แหล่งโบราณคดีบ้านคลองบอน ตั้งอยู่บนเนินเขามีแหล่งน้ำอยู่โดยรอบ คือ คลองบอนทางทิศตะวันออกและคลองบอนทางทิศตะวันตก
ส่วนทางทิศเหนือมีลำน้ำธรรมชาติเก่าที่ตื้นเขินแต่ยังคงสภาพให้เห็นอยู่ จึงน่าจะเป็นแหล่งที่อยู่อาศัย ( Habitation Sites ) และฝังศพ
( Burial Sites ) ของคนสมัยก่อนประวัติศาสตร์

2. เศษภาชนะดินเผาและกลุ่มภาชนะดินเผาที่พบเป็นเนื้อเครื่องดินเผาด้วยอุณหภูมิต่ำ พบทั้งแบบเรียบและตกแต่งเป็นลายขูดขีด ลาย
กดประทับ และลายปั้นแปะ

3. เครื่องมือเครื่องใช้ประเภทหินพบมากที่สุด คือ ขวานหินขัด ทำจากหินชนวน แอนดีไซต์ไรโอไลท์ ทัฟท์ นอกจากนั้นยังพบโกลนขวาน
หินหินลับขวานหิน จึงสันนิษฐานว่าอาจจะเป็นแหล่งผลิตขวานหิน

4. พัฒนาทางสังคมและวัฒนธรรมของคนสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่อยู่อาศัยบริเวณนี้เป็นไป อย่างช้า ๆ โดยสังเกตจากเทคโนโลยีการทำ
ขวานหินและเครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ ที่ฝังร่วมอยู่กับ โครงกระดูก ไม่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม

เมื่อพิจารณาชั้นดินดังกล่าวกับหลักฐานทางโบราณคดี รวมถึงสภาพแวดล้อมแล้ว น่าจะกล่าวได้ว่าบริเวณแหล่งโบราณคดีบ้านคลองบอน
มีชั้นวัฒนธรรมเดียว สมัยเดียวเท่านั้น คือ เป็นที่อยู่อาศัยหรือที่ประกอบพิธีกรรมการฝังศพของคนสมัยก่อนประวัติศาสตร์ยุคหินใหม่
ตอนปลาย มีอายุอยู่ประมาณ๔,๐๐๐ - ๒,๐๐๐ ปีมาแล้ว
 
 
 สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดจันทบุรี
 สถานที่สำคัญทางโบราณคดีของจังหวัดจันทบุรี
 สถานที่สำคัญทางศาสนาของจังหวัดจันทบุรี
 แหล่งท่องเที่ยวของจันทบุรี
 แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติของจันทบุรี
 แหล่งที่มาของการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมของจันทบุรี
 
 
 รวบรวม เรียบเรียง และพัฒนาโดย : งานยุทธศาสตร์และแผนงาน
สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดจันทบุรี ถนนเลียบเนิน ต.วัดใหม่
อ.เมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี 22000 เบอร์โทรศัพท์ 039 - 303298
ติดต่อผู้ดูแลระบบ
chan_culture@hotmail.com
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
ออกแบบโดย    นายธนัฐ  ยังเหลือ....
ปรับปรุงและพัฒนาโดย   นายชวลิต  อยู่รอต....
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -