<-- น้ำตกลือเลื่อง เมืองผลไม้ พริกไทยพันธุ์ดี อัญมณีมากเหลือ เสื่อจันทบูร สมบรูณ์ธรรมชาติ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช รวมญาติกู้ชาติที่จันทบุรี . . .
     
  แผนที่ทางวัฒนธรรม
  ข้อมูลประจำจังหวัด
  ประวัติศาสตร์จันทบุรี
  สถานที่สำคัญของจังหวัด
  ของดีประจำท้องถิ่น
  วิถีชีวิตชาวจันท์
  ธรรมชาติวิทยา
  บุคคลสำคัญของท้องถิ่น
  ภูมิปัญญาชาวบ้าน
 
 


บุคคลสำคัญของจันทบุรี - สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ ๗ -



        สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ ๗

        สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ ๗ ทรงพระราช
        สมภพ เมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๔๗ ทรงดำรงพระอิสริยยศเป็น
        หม่อมเจ้ารำไพพรรณี สวัสดิวัฒน์ ในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระ
        สวัสดิวัฒนวิศิษฏ์ และ พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าหญิงอาภาพรรณี
        เมื่อยังทรงพระเยาว์นั้น สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ผู้ทรงเป็น
        สมเด็จพระปิตุฉา ได้ทรงพระเมตตา โปรดเกล้าฯ ให้รับเข้าไปประทับอยู่ด้วย
        ณ วังพญาไททรงได้รับการศึกษา และ ได้รับพระราชทานโสกันต์ตามราช
        ประเพณีเมื่อพระชนมายุได้ ๑๑ พรรษา



เมื่อวันที่ ๒๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๖๑ ได้ทรงอภิเษกสมรสกับสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ กรมขุนสุโขทัย
ธรรมราชา พระราชโอรสองค์สุดท้องใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ
เมื่อพระราชสวามี เสด็จพระราชดำเนินไปฝึกภาคทหารปืนใหญ่ในกองทัพฝรั่งเศสแล้ว เข้าทรงศึกษาที่โรงเรียนเสนาธิการของ
ฝรั่งเศส ก็ได้ทรงติดตามไปประทับด้วยตลอดเป็นเวลาประมาณ ๔ ปี ด้วยเหตุนี้จึงทรงสามารถรับสั่งได้คล่องแคล่วทั้งภาษาอังกฤษ
และฝรั่งเศส

                  เมื่อสมเด็จพระเจ้าฟ้ากรมหลวงสุโขทัยธรรมราชา เสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ และ ทรงรับพระบรมราชาภิเษกเป็น
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๖๘ ก็ได้ทรงสถาปนาพระราช
ชายาขึ้นเป็น สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานการปกครองแบบประชาธิปไตยแก่ประชาชนชาวไทย เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน
พ.ศ. ๒๔๗๕ ต่อมาได้เสด็จพระราชดำเนินไปรักษาพระองค์ ณ ประเทศอังกฤษ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๗ เมื่อการมิได้เป็นไปตาม
พระราชประสงค์ ในการพระราชทานรัฐธรรมนูญและทรงรู้สึกว่า จะทรงทำประโยชน์ให้แก่ประเทศหรือปกป้อง คุ้มครองประชาชน
ตามพระราชปณิธานไม่ได้แล้ว จึงทรงสละราชสมบัติ เมื่อวันที่ ๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๗๗ และ ประทับอยู่ในประเทศอังกฤษ ณ พระ
ตำหนักที่ตำบลเวอจิเนียวอเตอร์ มณฑลเซอเร่ย์ จนเสด็จสวรรคต เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๔

ในปี พ.ศ. ๒๔๙๒ สมเด็จพระบรมราชินีในรัชกาลที่ ๗ ได้อัญเชิญเสด็จพระบรมราชสรีรังคารพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้า
อยู่หัว นิวัติประเทศไทย และได้เสด็จฯ มาประทับอยู่ ณ วังสระปทุม ชั่วระยะเวลาหนึ่ง เนื่องด้วยวังสุโขทัย อันเป็นที่ประทับเดิม
ซึ่งได้รับพระราชทานเป็น " ของรับไหว้ " จากสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถและพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว
นั้นรัฐบาลได้ใช้เป็นสถานที่ทำการของกระทรวงสาธารณสุข และยังไม่เรียบร้อย ที่จะเสด็จเข้าประทับอยู่ได้ทันที


    สมเด็จพระบรมราชินีในรัชกาลที่ ๗ ทรงมีพระราชประสงค์จะทรงเสาะหาที่สงบสร้าง
    พระตำหนักส่วนพระองค์เป็นที่ประทับอีกแห่งหนึ่ง ให้อยู่ห่างไกลจาก กรุงเทพมหานคร
    อันสับสนวุ่นวายไปด้วยธุรกิจนานาประการ ทรงจำได้ว่าเคยเสด็จจังหวัดจันทบุรี เมื่อ
    ทรงพระเยาว์ และเคยทรงพอพระทัย จึงได้เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง
    ไปยังจังหวัดจันทบุรี ใน พ.ศ. ๒๔๙๓ สมเด็จพระบรมราชินีก็ได้ทรงพบสถานที่ซึ่งสม
    พระราชหฤทัยเป็นที่ยิ่งแห่งหนึ่ง ณ ที่นั่น ได้โปรดเกล้าฯให้สร้างที่ประทับแรมชั่วคราว
    เป็นเรือนไม้หลังคาจาก ซึ่งได้ประทับอยู่นานถึง ๕ ปีกว่า จนสร้างพระตำหนักถาวร
    สำเร็จ เมื่อเสด็จฯ ไปประทับแล้วก็โปรดเกล้าฯ ให้หักร้างถางพงถางป่าให้พอมองเห็น
    ภูมิประเทศได้ทรงช่วยทำงานต่าง ๆ ด้วยพระองค์เอง


พระองค์ได้แสดงพระปรีชาสามารถในด้านการวางแผนผังวนอุทยาน " สวนบ้านแก้ว "
ให้มีลักษณะเป็นสวนรุกขชาติโปร่ง โดยมีลำห้วย ลำธาร และถนนอันร่มรื่นด้วยไม้ดอก
นานาพันธุ์ ทั้งชนิดยืนต้น และล้มลุก ทั้งพักธุ์ไม้ป่าและไม้บ้าน และไม้ต่างประเทศต่าง ๆ
ด้วย ทรงรู้จักพันธุ์ไม้ทั้งไทย และเทศเป็นอย่างดี ทรงสนพระราชหฤทัยอย่างยิ่งที่จะให้
การเกษตร " สวนบ้านแก้ว " เลี้ยงตัวเองได้ เพื่อเป็นตัวอย่างแก่ชาวบ้านทั่วไป ได้ทรง
มีพระราชเสาวนีย์ ให้สร้างเตาเผาถ่าน และทำอิฐใช้เองในการก่อสร้างสิ่งต่าง ๆ ในบริเวณ
มีการเลี้ยงไก่ เลี้ยงโคนม ปลูกผักต่าง ๆ ทั้งไทยและเทศ และยังได้ทรงทำนาและทรงมี
โรงสีเล็ก ๆ สำหรับสีข้าว ใช้เองให้เพียงพออีกด้วย ส่วนผลไม้ยืนต้น เช่น ลิ้นจี่ เงาะ มังคุด
ส้ม เหล่านี้ทรงให้ปลูกเฉพาะพอสำหรับบริโภคใน " สวนบ้านแก้ว " เท่านั้นไม่ทรง ปรารถนาจะให้ขายเป็นสินค้าแข่งขันกับชาว
ตลาดจันทบุรี


พระราชกรณียกิจอีกประการหนึ่งที่น่าสนใจยิ่ง ได้แก่ การทรงส่งเสริมอุตสาหกรรมทอเสื่อ ได้ทรงตั้งโรงงานทอเสื่อขึ้น เพื่อฝึก
สอนให้ชาวบ้านมีอาชีพเพิ่มขึ้น อีกทางหนึ่ง พระองค์เสด็จฯ ไปทรงควบคุมงานด้วยพระองค์เองทุกวัน ทั้งทรงออกแบบและพระ
ราชทานสีเอง และทรงหาทางปรับปรุงเทคนิคของการฟอกและย้อมสีกกให้ทันสมัย ที่โกรงงานนี้ นอกจากจะผลิตเสื่อที่มีชื่อเสียง
ไปทั่วประเทศว่า มีสีสันสลับงดงาม ฝีมือเรียบร้อยเป็นที่นิยมทั้งในและนอกประเทศแล้ว ยังทรงคิดให้ประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์ที่น่า
สนใจอื่น ๆ อีก เป็นต้นว่า ให้ใช้เสื่อนี้ทำเป็นที่ปูถาด ที่รองจานอาหาร กระเป๋า กล่องสวมทับกล่องกระดาษเช็ดหน้า และอื่น ๆ อีก
เป็นต้น ฝีมือจากโรงงานนี้ จะทรงควบคุมให้เรียบร้อย สม่ำเสมอได้มาตรฐานจริง ๆ จึงเป็นที่นิยมกันมาก ทรงให้ชาวบ้านอีก
จำนวนมากได้ทดลองฝึกหัดทำตามอย่างได้เป็นอาชีพ และเป็นสินค้าประจำจังหวัดที่ขึ้นชื่อ ซึ่งนำรายได้มาสู่ประชาชนในจังหวัด
สืบมาจนทุกวันนี้

ระหว่างการเสด็จมาจันทบุรีครั้งแรก โรงพยาบาลจันทบุรีขณะนั้นเป็นตึกเก่า ๆ หลังเดียวด้วยทรงคำนึงถึงชาวบ้านธรรมดา ๆ ที่
หวังพึ่งโรงพยาบาลในยามเจ็บไข้ว่า จะไม่ได้รับความช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ได้เท่าที่ควร จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราช
ทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวนหนึ่ง จัดสร้างตึกศัลยกรรมขึ้น พร้อมด้วยเครื่องมือแพทย์ผ่าตัด ที่มีอุปกรณ์ทันสมัยที่สุดใน
ขณะนั้น ได้มีพระประยูรญาติ ข้าราชบริพาร และพ่อค้าประชาชน พากันบริจาคเงินโดยเสด็จฯพระราชกุศลเป็นจำนวนมาก การ
ก่อสร้างตึกดังกล่าวแล้วเสร็จ เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๔๙๙ ได้พระราชทานชื่อว่า " ตึกประชาธิปก "

เมื่อรัฐบาลได้รับทราบถึงพระมหากรุณาธิคุณในเรื่องนี้ จึงเห็นสมควรให้ปรับปรุงขยายโรงพยา-บาลแห่งนี้ และอนุมัติเงิน ๕ ล้าน
บาท ก่อสร้างอาคารใหม่เพิ่มเติม และอนุมัติให้เปลี่ยนชื่อ จากโรงพยาบาลจันทบุรี เป็น " โรงพยาบาลพระปกเกล้า " เพื่อน้อม
เกล้าฯ ถวายเป็นพระบรมราชานุสรณ์แด่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว


        พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
        พระบรมราชินีนาถได้ทรงพระกรุณาเสด็จพระราชดำเนินไปยังจังหวัดจันทบุรี
        ทรงทำพิธีเปิดป้ายชื่อโรงพยาบาลพระปกเกล้าและตึกประชาธิปกในวาระเดียว
        กัน เมื่อวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๙๙ นับตั้งแต่นั้นมากิจการของ
        โรงพยาบาลนี้ก็ได้เจริญก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว สามารถให้บริการอย่างเพียง
        พอ แก่ประชาชนแถบฝั่งทะเลตะวันออก และได้กลายเป็นโรงพยาบาลหลัก
        มีวิทยาลัยพยาบาลเป็นศูนย์การศึกษา วิชาพยาบาล- ผดุงครรภ์ และอนามัย
        ของภาคตะวันออกของประเทศ


สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ ๗ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้รับโรงพยาบาล และวิทยาลัยนี้
ไว้ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ตามคำกราบบังคมทูลของกระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๙ เป็นต้นมา

นอกจากนั้นยังได้ทรงตั้ง " ทุนประชาธิปก " ขึ้น ด้วยทรงมีพระราชประสงค์จะทรงส่งเสริม และ สนับสนุนการดำเนินงานของ
โรงพยาบาลนี้ นอกเหนือไปจากที่โรงพยาบาลจะได้รับงบประมาณประจำปี ส่วนทางวิทยาลัยพยาบาลนั้น มีนายแพทย์ และ
คณะได้บริจาคเงิน ตั้งเป็นทุนให้นักเรียนพยาบาล ได้ยืมใช้เพื่อการศึกษาหรือเพื่อจัดกิจกรรมของวิทยาลัย และได้ขอ
พระราชทานพระราชานุญาตตั้งชื่อว่า " ทุนประชาธิปกบรมราชานุสรณ์ " สมเด็จพระบรมราชินีในรัชการที่ ๗ ได้พระราชทาน
พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เพิ่มเติมแก่ทุนนี้ด้วย

สมเด็จพระบรมราชินีในรัชกาลที่ ๗ ประทับอยู่ ณ สวนวังแก้ว เป็นเวลาทั้งสิ้น รวม ๒๐ ปี ในระหว่างนั้น นอกจากจะสนพระราช
หฤทัยในความเป็นอยู่ของราษฏร และมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้ช่วยเหลือดังกล่าวมาแล้ว ยังทรงสนพระราชหฤทัยใน
การบุญกุศล ได้เสด็จพระราชดำเนินไปตามวัดวาอารามต่าง ๆ

เมื่อพระราชภารกิจทางวังสุโขทัยมีมากขึ้น เป็นการลำบากยิ่งที่จะเสด็จพระราช
ดำเนินไปกลับระหว่างจันทบุรี และกรุงเทพ ฯ จึงทรงพระราชดำริจะประทับอยู่
ณ วังสุโขทัยเป็นการประจำแต่ทรงอาลัย " สวนบ้านแก้ว " ที่เคยประทับมานาน
ปี มีพระราชประสงค์จะให้ได้เป็นสถานที่ที่เป็นประโยชน์แก่จังหวัดจันทบุรีต่อ
ไปมิได้ทรงสนพระราชหฤทัยในเงินจำนวนมากที่มีผู้เสนอซื้อเพื่อการค้ากลับ
ทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้ติดต่อสอบถามกระทรวงศึกษาธิการว่าจะต้องการสถาน
ที่เพื่อขยายการศึกษาด้านใดหรือไม่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการพิจารณา
เห็นเป็นโอกาสอันดียิ่งที่จะได้ขยายการศึกษาทางด้านการผลิต จึงได้ขอพระราช
ทาน " สวนบ้านแก้ว " และทูลเกล้าฯ ถวายเงินจำนวนหนึ่งเท่าที่จะหาได้ เปิด
" สวนบ้านแก้ว " เป็น " วิทยาลัยครูจันทบุรี "


( ปัจจุบัน คือ สถาบันราชภัฎรำไพพรรณี ) เพื่อเป็นศูนย์กลางผลิตครูในภาคตะวันออกของประเทศไทย ทำนองเดียวกับที่
วิทยาลัยพยาบาลเป็นศูนย์กลางผลิตพยาบาลของภาคเดียวกัน และต่อมา สมเด็จพระบรมราชินีในรัชกาลที่ ๗ ยังได้ทรงมี
พระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้รับวิทยาลัยครูจันทบุรี ไว้ในพระบรมราชินูปถัมภ์ อีกแห่งหนึ่ง


เมื่อสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ ๗ ได้เสด็จพระราชดำเนินกลับมาประทับ ณ วังสุโขทัยตั้งแต่
พ.ศ. ๒๕๑๐ ก็ยังทรงสนพระราชหฤทัยในกิจการต่าง ๆ อีกมากมายหลายสาขา ทรงปฏิบัติพระราชภารกิจตลอดเวลาอย่าง
น่าทรงเหน็ดเหนื่อย ทั้งงานพระราชพิธีหลวงงานพระราชพิธีส่วนพระองค์ งานการกุศลของสมาคมต่าง ๆ การเสด็จเยี่ยมเยียน
ประชาชนในจังหวัดต่าง ๆ ตลอดจนพระราชภารกิจของพระองค์เอง แม้กระนั้นก็ยังทรงพระมหากรุณาเสด็จพระราชดำเนินไป
พระราชทานประกาศนียบัตรแก่นักเรียนพยาบาล แห่งวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้าฯ และนักศึกษาวิทยาลัยครูจันทบุรี เป็น
การประจำปีตลอดมามิได้เว้นและทุกครั้งที่เสด็จฯ ไปถึงจันทบุรีแล้ว ก็มิได้ทรงขาดการเสด็จฯ เยี่ยมเยียนชาวบ้านร้านรวง
ต่าง ๆ ซึ่งเปรียบเสมือนพระสหายเก่าของพระองค์ และทรงชื่นชมโสมนัสที่ได้ทอดพระเนตรเห็นความเจริญก้าวหน้า และ
ความผาสุกของจันทบุรีเสมอมา ตราบจนพระชนมายุล่วงเข้าสู่วัยชรา และเสด็จสวรรคตเมื่อ วันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๒๗

 
บุคคลสำคัญของจันทบุรี - สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ ( ดิศ บุนนาค ) -


สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์
  ( ดิศ บุนนาค )

สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ หรือ อย่างที่สามัญเรียกกันว่า สมเด็จและเจ้านวล สมเด็จเจ้าพระยาองค์ใหญ่ สมภพวันเสาร์
ขึ้น ๗ ค่ำ เดือน ๕ ปีวอก จุลศักราช ๑๑๕๐ เวลา ๑๗.๐๐ น. ตรงวกับวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๓๓๑ ในรัชกาลที่ ๑ ท่านได้เป็นนาย
สุจินดา เป็นหลวงศักดินายเวรมหาดเล็ก และเป็นจมื่นไวยวรนารถ มหาดเล็กตามลำดับ


  ในรัชกาลที่ ๒ ได้เลื่อนยศบรรดาศักดิ์ขึ้นเป็น พระสุริยวงศ์มนตรี จางวางมหาดเล็ก
  เมื่อเจ้าพระยาโกษาสังข์ เลื่อนไปเป็นที่สมุหพระกลาโหมแล้ว โปรดเกล้า ฯ ให้ตั้ง
  พระยาสุริยวงศ์มนตรีดิศเป็นพระยาพระคลัง เมื่อสิ้นรัชกาลที่ ๒ สมเด็จพระยาองค์ใหญ่
  เป็นบุคคลสำคัญองค์หนึ่งที่สนับสนุนให้พระบาทสมเด็จพระนั่งกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓
  ได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ



ในสมัยรัชกาลที่ ๓ เมื่อเจ้าพระยามหาเสนา ( น้อย ) ถึงแก่อสัญกรรม จะโปรดเกล้า ฯ ให้เลื่อนเจ้าพระยาพระคลัง ดิศ ขึ้นเป็นเจ้า
พระยามหาเสนา แต่ท่านไม่ยอมรับโดยอ้างเหตุผลว่าเป็นเจ้าพระยามหาเสนามักอายุสั้น จึงโปรดเกล้า ฯ ให้ว่าทั้งกลาโหม และ
กรมท่าเรียกว่า " เจ้าพระยาพระคลังว่าที่สมุหพระกลาโหม " ได้ถือตรา ๒ ดวง คือ ตราคชสีห์ และตราบัวแก้ว

การสร้างค่ายเนินวงและวัดโยธานิมิตร ในสมัยรัชกาลที่ ๓ ไทยเกิดพิพาทกับญวน สมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเกรงว่าญวน
จะมายึดเมืองจันทบุรี เป็นที่มั่นเพื่อทำการต่อสู้กับไทย จึงได้โปรดเกล้า ฯ ให้เจ้าพระยาพระคลัง เป็นแม่กองออกมาสร้างป้อมค่าย
และเมืองขึ้นใหม่ ให้มีชัยภูมิดีเหมาะแก่การต่อสู้ข้าศึก

ศุภมัสดุ พระพุทธศักณาชล่วงแล้วได้ ๒๓๗๗ พระวรรษาเศษสังขยา ๖ เดือน กับ ๒๕ วัน
ปัจจุบันปีมะเมีย ฉอศก เหมันตฤดู วันเสาร์ ขึ้น ๑๑ ค่ำ เดือนยี่ เจ้าพระยาพระคลัง ว่าที่สมุห
พระกลาโหม ยกกองทัพออกมาจัดแจงเกี่ยวกับรักษาเมืองจันทบุรี จึงเที่ยวดูชัยภูมิให้สมควร
ที่จะตั้งป้อมและปราการเมือง เห็นที่ "เนินวง" เป็นชัยภูมิที่เหมาะสม ควรจะสร้างเป็นเมือง
จึงได้วัดที่ถากถางเข้าเป็นเมือง ให้ขุดคูพูนเชิงเทิน ก่อเสนาบนหลังเชิงเทิน ทั้งหมดล้วน
แล้วไปด้วยและตั้งปืนใหญ่รายรอบตามช่องกำแพงเมือง สร้างอยู่ปีหนึ่ง จึงเสร็จ ได้ฝัง
อาถรรพณ์หลักเมือง ณ วันเสาร์ขึ้น ๑๑ ค่ำ เดือน ๔ ปีมะแม

เจ้าพระยาคลังว่าที่สมุหพระกลาโหม มีกุศลจิตศรัทธาเลื่อมใสในพระพระพุทธศาสนาจึงได้ชักชวน
นายทัพนายกองผู้ใหญ่น้อย เจ้าเมืองกรมการสร้างพระอารามไว้บนเมือง กรมการสร้างอยู่ ๔เดือน
จึงสำเร็จถวายนามวัดว่า " วัดโยธานิมิตร "

ต่อมาในรัชกาลที่ ๔ โปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาพระคลัง ดิศ ว่าที่สมุหพระกลาโหม ขึ้นเป็น สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์
แต่ก่อนจะทรงตั้งเจ้าพระยาพระคลัง ว่าที่สมุหพระกลาโหม เป็นสมเด็จเจ้าพระยานั้น โปรดให้เรียกว่า " เจ้าพระยาอัครมหาอุดม
บรมวงศ์เสนาบดีไปพลางก่อน จนได้ฤกษ์ในปีกุน พ.ศ. ๒๓๙๔ พระราชทานสุพรรณบัฏจารึกราชทินนามว่า " สมเด็จเจ้าพระยา
บรมมหาประยูรวงศ์ วรุตมพงศานายก สยามดิลกโลกานุปาลนนาถ สกลราชวราณาจักราธิเมนทร์ ปรเมนทรมหาราชานุกูล สรรพ
กิจมูลมเหสวรเชษฐามาตยาธิบดี ศรีสรณรัตนธาดาดอุลยเดชานุภาพบพิตร " ถือศักดินาสามหมื่น พระราชทานกลดเสลี่ยงงา พระ
แสงประดับพลอยลงยาราชาวดี เป็นเครื่องสำหรับยศอย่างพระองค์เจ้าต่างกรม ให้สำเร็จราชการตลอดทั่วพระราชอาณาจักร ใช้
ตราสุริยมณฑลเทพบุตรชักรถสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ ดิศ เป็นบุคคลสำคัญมากในรัชกาลที่ ๓ และ ๔ ท่านถึงแก่
พิราลัยในเดือน ๖ ขึ้น ๑๐ ค่ำ ปีเถาะ พ.ศ. ๒๓๙๘ อายุได้ ๖๗ ปี ๓ วัน พระราชทานเพลิงศพท่านที่หน้าวัดประยูรวงศาวาส ใน
ศกนั้น
 
  กลับไปหน้าแรก บุคคลสำคัญของจันทบุรีคนต่อไป
 
 
รวบรวม เรียบเรียง และพัฒนาโดย : งานยุทธศาสตร์และแผนงาน
สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดจันทบุรี ถนนเลียบเนิน ต.วัดใหม่
อ.เมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี 22000 เบอร์โทรศัพท์ 039 - 303298
ติดต่อผู้ดูแลระบบ
chan_culture@hotmail.com
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
ออกแบบโดย    นายธนัฐ  ยังเหลือ....

ปรับปรุงและพัฒนาโดย   นายชวลิต  อยู่รอต....
- - - - - - - - - - - - - - - - -
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -