<-- น้ำตกลือเลื่อง เมืองผลไม้ พริกไทยพันธุ์ดี อัญมณีมากเหลือ เสื่อจันทบูร สมบรูณ์ธรรมชาติ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช รวมญาติกู้ชาติที่จันทบุรี . . .
     
  แผนที่ทางวัฒนธรรม
  ข้อมูลประจำจังหวัด
  ประวัติศาสตร์จันทบุรี
  สถานที่สำคัญของจังหวัด
  ของดีประจำท้องถิ่น
  วิถีชีวิตชาวจันท์
  ธรรมชาติวิทยา
  บุคคลสำคัญของท้องถิ่น
  ภูมิปัญญาชาวบ้าน
 
 


บุคคลสำคัญของจันทบุรี - สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช -


สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เป็นบุตรของชาวจีนชื่อนายไหฮอง แซ่แต้ หรือขุนพัฒน์
นายอากรบ่อนเบี้ย กับนางนกเอี้ยง ทรงพระราชสมภพเมื่อวันอาทิตย์ เดือน ๕ ขึ้น ๑๕ ค่ำ
ปีขาล จุลศักราช ๑๐๙๖ ฉศก.ตรงกับวันที่ ๑๗ เมษายน ๒๒๗๗ในแผ่นดินสมเด็จพระเจ้า
อยู่หัวบรมโกศ แห่งกรุงศรีอยุธยาในขณะที่นางนกเอี้ยงตั้งครรภ์และคลอดทารกผู้นี้ บังเกิด
เหตุมหัศจรรย์นานาประการ เป็นที่โจษขานกันทั่วไปว่า ทารกที่ถือกำเนิดในครรภ์ของนาง
นกเอี้ยงผู้นี้ ชรอยจะเป็นผู้มีบุญยาธิการสูง ไม่คู่ควรที่คนธรรมดาสามัญจะอุปการะไว้เป็น
บุตร ขุนพัฒน์และนางนกเอี้ยงก็เห็นจริง จึงได้ยกทารกน้อยผู้นี้ให้เป็นบุตรบุญธรรมของ
เจ้าพระยาจักรีศรีสมุหนายก

ซึ่งเป็นขุนนางชั้นผู้ใหญ่และเป็นผู้มีอิทธิพลมากในกรุงศรีอยุธยาสมัยนั้น ทั้งเป็นผู้ใหญ่อัน
เป็นที่เคารพนับถือของของขุนพัฒน์และนางนกเอี้ยงเป็นอันมาก เจ้าพระยาจักรี ฯ ก็รักใคร่
เมตตาเอ็นดูทารกนี้เยี่ยงบุตรโดยกำเนิดของท่านเองและตั้งชื่อว่า "สิน"

ครั้นเมื่อนายสินเจริญวัยขึ้นพอสมควร เจ้าพระยาจักรีฯ ได้นำเข้าถวายตัวเข้ารับราชการในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ซึ่ง
พระองค์ได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้เป็นมหาดเล็กรับใช้อยู่เวรในวังหลวงต่อมาได้เลื่อนเป็นมหาดเล็กรายงานทำราชการในกรม
มหาดไทยและกรมวัง ศาลหลวง

กาลล่วงมาถึง พ.ศ. ๒๓๐๑ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศเสด็จสวรรคต เจ้าอุทุมพรพระราชโอรสองค์น้อยได้ขึ้นครองราชสมบัติ
ต่อมา แต่เกิดความยุ่งยากในการครองแผ่นดิน เนื่องจาก พระเชษฐาเจ้าฟ้าเอกทัศน์ทรงประสงค์จะครองราชสมบัติ เจ้าฟ้าอุทุม-
พรจึงสละราชสมบัติ แล้วออกผนวชเจ้าฟ้าเอกทัศน์ขึ้นเสวยราชสมบัติต่อมาทรงพระนามว่า " สมด็จพระนั่งสุริยามรินทร์ "

ในครั้งนั้นนายสินมหาดเล็กได้เป็นข้าหลวงเชิญตราพระราชสีห์ขึ้นไปชำระความหัวเมืองฝ่ายเหนือ ซึ่งเป็นเวลาที่ตำแหน่งหลวง
ยกบัตรเมืองตากว่างอยู่ สมเด็จพระจ้าอยู่หัวจึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายสินว่าที่หลวงยกบัตรเมืองตากเลยที่เดียว
ครั้นต่อมาไม่ช้า พระยาตาก เจ้าเมืองตาก และปลัดเมืองตากได้ถึงแก่อนิจกรรมลงทั้งสองคน เมื่อความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เลื่อนหลวงยกบัตรให้เป็นพระยาตากครองเมืองตากสืบต่อไป

ขณะที่พระยาตากได้ว่าราชการต่างพระเนตรพระกรรณ ณ เมืองตากนั้น คณะกรรมการ
เมืองกำแพงเพชร ได้มีใบบอกมายังกรุงศรีอยุธยาว่า พระยาวชิรปราการ ผู้สำเร็จราชการ
เมืองกำแพงเพชรได้ถึงแก่อนิจกรรม เมื่อความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทดังนั้น

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงรับสั่งให้หาตัว พระยาตาก ( สิน ) ลงมาเฝ้ายังกรุงศรีอยุธยา แล้ว
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เลื่อนพระยาตากสินขึ้นเป็นพระยาวชิรปราการ สำเร็จราชการ
เมืองกำแพงเพชร แต่หลังจากได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แล้วยังหาได้ทันขึ้นไปครอง
เมืองดังกล่าวไม พอดีมีข่าวศึกพม่าจะยกมาล้อมกรุงศรีอยุธยา เมื่อเดือนอ้าย พ.ศ. ๒๓๐๗
ครั้นเสร็จศึกพม่าครั้งนั้นแล้วพระยาตากก็หาได้ทันขึ้นไปครองเมืองกำแพงเพชรไม่คง
อยู่ช่วยราชการในกรุงจนกระทั่งล่วงเวลาไปอีกหกเดือน พม่าก็ยกทัพเข้ามาอีกเมื่อเดือน
๑๒ พ.ศ. ๒๓๐๘ เป็นสงครามครั้งสำคัญที่ทำให้เสียกรุงศรีอยุธยาแก่พม่าไปเป็นครั้งที่ ๒


ขณะที่พม่าล้อมกรุงศรีอยุธยาอยู่นั้น พระยาตากสินคิดว่ากรุงศรีอยุธยาคงไม่พ้นเงื้อมมือพม่า
เป็นแน่แท้แล้ว เพราะเหตุที่ไพร่ฟ้าข้าทหารในกรุงศรีอยุธยาก็อิดโรยลงไปมาก เนื่องจากขาด
เสบียงอาหารความอดอยากมีอยู่ทั่วไป ทหารก็ไม่มีกำลังใจสู้รบ ประกอบทั้งพระมหากษัตริย์ก็
ทรงอ่อนแอ พระยาตากสินจึงตัดสินใจรวบรวมสมัครพรรคพวกเพื่อนร่วมตายได้เพียง ๕๐๐
คน ยกออกมาจากวัดพิชัยตีฝ่าวงล้อมทหารพม่า มุ่งไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ทางบ้านโพธิ์
สังหารฆ่าฟันทหารพม่าล้มตายเป็นอันมากทหารพม่าที่รุกไล่ติดตามก็ถูกตีกระจัดกระจายไป
จนไม่กล้าติดตามมาอีก


    เมื่อตีฝ่าวงล้อมของกองทัพพม่าได้แล้ว พระยาตากสินก็นำสมัครพรรคพวกที่ยังเหลืออยู่เดินทางไปนครนายก ปราจีนบุรี ระยอง     โดยทรงมีจุดมุ่งหมายสู่จันทบุรี โดยหวังที่จะใช้เมืองจันทบุรี เป็นที่พำนักซ่องสุมผู้คนเพื่อเตรียมสู้รบกอบกู้อิสรภาพกลับคืนมา
    จากพม่าต่อไป


    ขณะนั้นทางเมืองระยอง มีพระระยอง ( บุญ ) เป็นเจ้าเมืองอยู่ ได้ทราบว่าพระยาตากสิน
    ยกกองทัพพร้อมด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์มาถึง พิจารณาเห็นว่าเหลือกำลังจะทำการต่อสู้ได้
    จึงพาพรรคพวกออกมาต้อนรับถึงกลางทาง พระยาตากสินก็ยกกองทัพเข้าไปตั้งค่ายมั่น
    อยู่ที่วัดลุ่ม ฝ่ายพวกกรมการเก่าเมืองระยอง อันมีหลวงพล ขุนจ่าเมือง ขุนรามหมื่นซ่อง
    เป็นต้น ได้ทราบว่าพระระยองยอมอ่อนน้อมเข้าด้วยกับพระยาตากก็พากันไม่พอใจ
    บังอาจขัดขืนคบคิดกันต่อสู้ โดยรวบรวมกำลังกันเข้าปล้นค่ายพระยาตาก พระยาตากจึง
    ให้ทหารระดมยิงแล้วนำทหารออกรุกไล่ คู่ต่อสู้แตกหนีกระจายไป เมืองระยองจึงตกอยู่
    ในอำนาจของพระยาตาก โดยเด็ดขาด

    ณ เมืองระยองนี้ พระยาตากได้ปรึกษานายทหารและรี้พลทั้งปวง จะตั้งตัวเป็นอิสระ เป็นเสมือนเจ้าผู้ครองเมืองเอกทั้งหลาย
    เพื่อให้เป็นที่เคารพยำเกรง ซึ่งจะเป็นหนทางให้กอบกู้แผ่นดินได้สำเร็จโดยง่าย พวกนายทัพนายกองก็เห็นชอบด้วย ฉะนั้น
    ต่อมาคนทั้งปวงจึงเรียกท่านว่า "เจ้าตาก" อาณาเขตของเจ้าตากเมื่อตั้งตัวเป็นเจ้านั้น มีเพียงดินแดนในเมืองระยอง ส่วนเมือง
    บางละมุง เมืองชลบุรี ที่อยู่ข้างเหนือก็ดี เมืองจันทบุรี เมืองตราด ที่อยู่ข้างใต้ก็ดี ยังหาได้อ่อนน้อมยอมอยู่ใต้อำนาจของเจ้าตาก
    ไม่เมืองชลบุรี เวลานั้นกำลังชุลมุนเป็นจลาจลเพราะอยู่ใกล้ข้าศึก เมืองบางละมุงก็เป็นเมืองเล็กผู้คนเบาบางมีกำลังมากอยู่แต่
    เมืองจันทบุรี ซึ่งเป็นเมืองใหญ่กว่าหัวเมืองอื่นที่อยู่ชายฝั่งทะเลตะวันออก และยังมีเจ้าเมืองปกครองอยู่เป็นปกติ มีกำลังผู้คน
    และอาหารบริบูรณ์ ทั้งชัยภูมิก็เหมาะสมที่จะใช้เป็นที่ตั้งมั่นยิ่งกว่าหัวเมืองใกล้เคียงทั้งหลาย เจ้าตากเล็งเห็นความสำคัญของ
    เมืองจันทบุรีดังกล่าว จึงใคร่จะลองใจดูว่าชาวเมืองจันทบุรีจะเป็นมิตรหรือศัตรูต่อท่าน จึงแต่งตั้งฑูตให้ถือศุภอักษรไปถึง
    พระยาจันทบุรีใจความว่า บัดนี้เจ้าตากได้มาตั้งรวบรวมกำลังอยู่ที่เมืองระยอง มีความประสงค์จะยกเข้าไปรบพม่า
    แก้ไขให้พระนครพ้นจากอำนาจข้าศึก ขอให้พระยาจันทบุรีเห็นแก่บ้านเมือง มาช่วยกันปราบปรามข้าศึกให้กรุงศรี
    อยุธยาเป็นเมืองผาสุกดังแต่ก่อน
พระยาจันทบุรีก็ต้อนรับฑูตโดยดี และรับว่าจะมาปรึกษากับเจ้าตากที่เมืองระยอง และ
    ยังได้มอบเสบียงอาหารให้ฑูตมาช่วยเจ้าตากก่อน ครั้นฑูตกลับไปแล้ว พระยาจันทบุรีเกิดความลังเลและไม่ไว้ใจเจ้าตาก
    เกรงว่าจะคิดเป็นอุบายชิงเอาเมืองจันทบุรีประกอบกับขุนหมื่นซ่องซึ่งแตกหนี เจ้าตากมาจากเมืองระยอง ยุยงให้กำจัดเจ้าตาก
    เสียแล้วพระยาจันทบุรีก็จะได้เป็นใหญ่ต่อไป พระยาจันทบุรี เชื่อถือเห็นจริง และไม่ได้ออกไปรับเจ้าตาก คาดว่าเจ้าตากคง
    ขัดเคืองและหาเหตุยกลงไปตีเมือง-จันทบุรี จึงปรึกษาขุนรามหมื่นซ่องว่าที่จะรบพุ่ง เจ้าตากซึ่ง ๆ หน้า นั้นยากนัก ด้วยเจ้าตาก
    มีฝีมือเข้มแข็งทั้งรี้พลทหารก็เคยทำศึกเชี่ยวชาญในการรบ ฉะนั้น ต้องสู้กันด้วยกลอุบาย จึงจะมีหวังเอาชนะได้ จึงให้ตกแต่ง
    ป้อมค่ายประตูหอรบเอาปืนใหญ่น้อยขึ้นตั้งรายไว้รอบเมือง ตระเตรียมการถ พร้อมแล้ว ก็ตรองอุบายเห็นชอบพร้อมกัน ที่จะล่อ
    เจ้าตากให้เข้าไปในเมืองเสียก่อนแล้วจะได้ทำการกำจัด จึงนิมนต์พระสงฆ์ ๔ รูป ให้เป็นฑูตไปเชิญเจ้าตากมาสู่จันทบุรี


พระสงฆ์ทั้ง ๔ รูป พากันไปเฝ้าเจ้าตากที่เมืองระยอง แต่ขณะนั้นเจ้าตากยังอยู่ที่เมืองชลบุรีจึงต้อง
ระคอยอยู่จนเจ้าตากกลับมาถึง ก็เข้าไปชี้แจงว่า พระยาจันทบุรีมีความเจ็บแค้นด้วยข้าศึกมาย่ำยี
กรุงศรีอยุธยา เต็มใจที่จะช่วยเจ้าตากปราบยุคเข็ญ ให้บ้านเมืองเป็นสุขสำราญดังแต่ก่อน เห็นว่า
ที่เมืองระยองเป็นเมืองเล็กจะเอาเป็นที่รวบรวมกองทัพใหญ่นั้นยาก ขอเชิญเจ้าตาก ไปตั้งที่เมือง
จันทบุรี อันเป็นที่มีเสบียงอาหารบริบูรณ์ จะได้ปรึกษากันตระเตรียมกองทัพที่จะเข้าไปรบพุ่งพม่าตี
เอากรุงศรีอยุธยาคืนมาจากข้าศึกให้จงได้ เจ้าตากได้ทราบความตามถ้อยคำพระสังฆฑูตก็ยินดี
ให้หยุดพักรี้พลพอหายเหนื่อยแล้ว ก็ให้พระสงฆ์นำทางไปเมืองจันทบุร เมื่อไปถึงที่บางกะจะหัว
แหวน ( เดี๋ยวนี้เรียกบางกะจะตำบลหนึ่ง เขาพลอยแหวน ตำบลหนึ่ง อยู่ไม่ห่างกัน แต่โบราณ
เรียกรวมกันว่า บางกะจะหัวแหวน ) ห่างเมืองจันทบุรีประมาณ ๒๐๐ เส้น ( ๘ กิโลเมตร ) พระยา
จันทบุรี ได้หลวงปลัดมารับ

    เจ้าตากก็สั่งกองทัพให้ยกตามหลวงปลัดไป แต่ยังไม่ทันจะถึงเมืองจันทบุรี ก็มีนายทหารชั้นขุนหมื่นผู้หนึ่ง ซึ่งไม่เห็นด้วยกับ
    แผนการนี้ นำความไปรายงานให้เจ้าตากทราบ ขณะที่นำทัพเข้าสู่ชานเมืองจันทบุรีว่า พระยาจันทบุรีคบคิดกับขุนหมื่นซ่อง
    เรียกระดมคนเตรียมไว้ในเมืองจะโจมตีเจ้าตากเมื่อเวลากำลังข้ามน้ำ เจ้าตากจึงให้รีบไปห้ามกองทัพมิให้ตามหลวงปลัดไป
    แต่ให้เลี้ยวกระบวนไปทางเหนือไม่ข้ามฝากน้ำ ผ่านบ้านชะมูล ตรงไปประตูท่าช้าง ตั้งที่วัดแก้ว ห่างประตูท่าช้างเมืองจันทบุรี
    ประมาณ๕ เส้น ( ๒๐๐ เมตร ) ( วัดแก้วเป็นวัดเก่า ตั้งอยู่ในค่ายทหารปัจุบัน " ค่ายตากสิน " ขณะนี้ได้ปรักหักพังไม่มีซาก
    เหลือให้เห็นแล้ว )

    พระยาจันทบุรีเห็นเจ้าตากไม่ข้ามฟากไปตามแผนการของตน ซ้ำกลับมาตั้งชุมนุมพลอยู่ที่หน้าประตูเมืองก็ตกใจมาก จึงรีบสั่ง
    ให้ไพร่พลขึ้นรักษาหน้าที่เชิงเทิน แล้วให้ขุนพรหมธิบาล พระทำมะรงพอน - นายลิ่ม นายแก้วแขก นายเม้แขก ออกไปพบ
    เจ้าตาก ขอเชิญให้เข้าไปพบพระยาจันทบุรีที่ในเมือง เจ้าตากจึงสั่งขุนพรหมธิบาลให้กลับไปบอกพระยาจันทบุรีว่า " เดิมพระยา
    จันทบุรีให้พระสงฆ์เป็นฑูตไปเชิญเราให้มาปรึกษาหารือ เพื่อช่วยกันคิดอ่านกู้กรุงศรีอยุธยา เราเข้าใจว่าเป็นการเชิญโดย
    สุจริตจึงได้มาตามประสงค์ ตัวเราเดิมก็ได้เป็นเจ้าเมือง (กำลังเพชร) ถือศักดินาหมื่น มียศใหญ่เป็นผู้ใหญ่กว่าพระยาจันทบุรี
    ( เมืองกำแพงเพชรเป็นชั้นหัวเมืองโท จันทบุรีเป็นชั้นหัวเมืองตรี ) ครั้นมาถึงเมือง พระยาจันทบุรีก็มิได้ออกมาหาสู่ต้อนรับ
    ตามฉันผู้น้อยกับผู้ใหญ่กลับเรียกระดมคนเข้าประจำรักษาหน้าที่เชิงเทิน และคบหาขุนรามหมื่นซ่อง ซึ่งได้ทำร้ายเรา ถึง ๒
    คราวไว้เป็นมิตร พระยาจันทบุรีทำเหมือนหนึ่งว่าเป็นข้าศึกษากับเราดังนี้ จะให้เราเข้าไปหาถึงในเมืองอย่างไร ถ้าจะให้เรา
    เข้าไปก็ให้พระยาจันทบุรีออกมาหาเราก่อน หรือมิฉะนั้นก็จงส่งตัวขุนรามหมื่นซ่องออกมา ให้มาทำสัตย์สาบานให้เราวางใจ
    ได้ก่อน ถ้าทำได้เช่นนั้นแล้วเราก็จะเห็นความสุจริตของพระยาจันทบุรี จะรักใคร่นับถือเหมือนกับเป็นพี่เป็นน้องกันต่อไป "
    พระยาจันทบุรีจึงใช้หลวงปลัดมาบอกว่า " ซึ่งพระยาจันทบุรีจะไม่ตั้งอยู่ในความสัตย์สวามิภักดิ์นั้นหามิได้ จะใคร่ส่งขุนราม
    หมื่นซ่องออกมาถวาย แต่คนทั้งสองนั้นกลัวพระอาชญาด้วยตัวเป็นคนผิด "

    เจ้าตากจึงกล่าวว่า " พระยาจันทบุรีมิได้ตั้งอยู่ในสัตย์ ไม่ยอมเป็นไมตรีด้วยเราแล้วเห็นว่าขุนรามหมื่นซ่องจะป้องกันเมือง
    ไว้ได้ ก็ให้ตกแต่งบ้านเมืองให้มั่นคงเถิด เราจะตีเอาให้จงได้ "
ฝ่ายพระยาจันรทบุรีเห็นว่ารี้พลของตนมีมากกส่าเจ้าตาก
    ก็ให้ปิดประตูรักษาเมืองมั่นคงไว้

  ขณะนั้นความคับขันเป็นของเจ้าตาก เพราะได้ถลำตัวเข้าไปตั้งอยู่ในชานเมือง ข้าศึก
  ในเมืองก็มีกำลังมากกว่า เป็นแต่ว่าครั่นคร้ามเกรงฝีมือไม่กล้ายกออกมาโจมตีซึ่งหน้า
  แต่ถ้าเจ้าตาก ล่าถอยออกไปเมื่อใฝดก็อาจจะโอบล้อมไล่ตีตัดได้หลายทางเพราะเป็นถิ่น
  ของข้าศึก ถ้าจะขืนตั้งอยู่อย่างนั้นต่อไปก็ไม่มีเสบียงอาหาร เหมือนหนึ่งคอยให้ศัตรูเลือก
  เวลาทำเอาตามใจชอบ เจ้าตากมีอุปนิสัยเป็นนักรบพิจารณาเห็นมีแต่ทางเดียว คือ ชิง
  เข้าตีข้าศึกก่อนจึงจะไม่เสียที จึงเรียกนายพันนายกองมาสั่งว่า " เราจะเข้าโจมตีเมือง
  จันทบุรีในค่ำวันนี้ เมื่อกองทัพหุงข้าวเมื้อเย็นกินเรียบร้อยแล้วให้เทอาหารที่เหลือและ
    ต่อยหม้อเสียให้หมด หมายเข้าไปกินข้าวเช้าด้วยกันในเมืองพรุ่งนี้ ถ้าตีเอาเมืองไม่ได้ในค่ำวันนี้ก็จะได้ตายด้วยกันเสียให้
    หมดทีเดียว " นายทัพนายกองเคยเห็นความเด็ดขาดของพระเจ้าตากมาก่อนก็ยอมกระทำตามไม่มีผู้ใดขัดขืน ครั้นถึงเวลาค่ำ
    เจ้าตาก จึงมอบให้นายทหารไทยจีนลอบไปซุ่มอยู่มิให้ชาวเมืองรู้ตัวสั้งให้คอยฟังเสียงปืนสัญญาณเข้าปล้นเมืองให้พร้อมกัน
    ระวังอย่าให้มีเสียงอื้ออึงเป็นอันขาดเมื่อพวกไหนเข้าเมืองได้ก็ให้โห่ร้องขึ้นเป็นสำคัญ เพื่อให้พวกคนอื่นทราบ ครั้นตระเตรียม
    การพร้อแล้วพอได้ฤกษ์เวลาดึก ๓ นาฬิกา เจ้าตากก็ขึ้นช้างพังคีรีบัญชร และสั่งให้ยิงปืนสัญญาณเข้าปล้นพร้อมกันทุกด้าน
    ส่วนเจ้าตากก็ขับช้างที่นั่งเข้าฟังประตูเมือง พวกในเมืองระดมยิงปืนใหญ่น้อยออกมาเป็นอันมากนายท้ายช้างเกรงว่าลูกปืน
    จะมาถูกเจ้าตากเป็นอันตราย จึงเกี่ยวช้างที่นั่งให้ถอยออกมา เจ้าตากขัดใจชักดาบหันมาจะฟันนายท้ายช้าง นายท้ายช้างตกใจ
    ร้องขอชีวิตไว้ แล้วขับช้างเข้ารื้อบานประตูเมืองพังลง พวกทหารก็กรูกันเข้าเมืองได้ พวกในเมืองรู้ว่าเจ้าตากเข้ามาในเมือง
    ได้แล้วก็ตกใจ ต่างละทิ้งหน้าที่พากันแตกหนีกระจัดกระจาย ตัวพระยาจันทบุรีพาครอบครัวหนีไปยังเมืองบันทายมาศ

    เมื่อเจ้าตากตีเมืองได้นั้นเป็นวันอาทิตย์เดือน ๗ ปีกุน พ.ศ. ๒๓๑๐เป็นช่วงเวลาที่เสียกรุงศรีอยุธยาไปแก่พม่าแล้ว ๒ เดือน
    หลังจากเจ้าตากเข้าเมืองจันทบุรีแล้ว ก็ให้เกลี้ยกล่อมผู้คนให้กลับคืนมาสู่ภูมิลำเนาตามเดิม และได้สำแดงความเมตตาปรานี
    ให้เป็นที่ปรากฎอย่างกว้างขวาง มิได้ถือโทษผู้ที่ได้เป็นศัตรูต่อสู้ มาแต่ก่อน ครั้นจัดการบ้านเมืองจันทบุรีเรียบร้อยดังเดิมแล้ว
    จึงยกกองทัพเรือไปยังเมืองตราด พวกกรมการเมือง และราษฎรก็พากันเกรงกลัวยอมอ่อนน้อมโดยดี เจ้าตากจัดการเมือง
    ตราดเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็กลับขึ้นมาตั้งอยู่ ณ เมืองจันทบุรี นับแต่นั้นมาเจ้าตากก็มีอำนาจสิทธิ์ขาดตลอดหัวเมืองชายฝั่งทะเล
    ตะวันออกทั้งหมด ได้ทรงยึดเมืองจันทบุรีเพื่อเป็นแหล่งสะสมเสบียงอาหาร รวบรวมรี้พลเป็นเวลาถึง ๕ เดือน ได้ทหารไทยจีน
    ประมาณ ๕,๐๐๐ คน ต่อเรือรบประมาณ ๑๐๐ ลำ เพื่อไปกอบกู้กรุงศรีอยุธยาต่อไป
 
  กลับไปหน้าแรก บุคคลสำคัญของจันทบุรีคนต่อไป
 
 
รวบรวม เรียบเรียง และพัฒนาโดย : งานยุทธศาสตร์และแผนงาน
สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดจันทบุรี ถนนเลียบเนิน ต.วัดใหม่
อ.เมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี 22000 เบอร์โทรศัพท์ 039 - 303298
ติดต่อผู้ดูแลระบบ
chan_culture@hotmail.com
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
ออกแบบโดย    นายธนัฐ  ยังเหลือ....

ปรับปรุงและพัฒนาโดย   นายชวลิต  อยู่รอต....
- - - - - - - - - - - - - - - - -
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -