หน้าบ้านเว็บ แนะนำบุคลากรภายใน สนง.วัฒนธรรม ภารกิจหลักของ สนง.วัฒนธรรม วิสัยทัศน์ของ สนง.วัฒนธรรม นโยบายของ สนง.วัฒนธรรม โครงการต่าง ๆ ของสนง.วัฒนธรรม กระดานข่าว / webboard เซ็นต์สมุดเยี่ยม / guestbook ผู้ดูแลเว็บสนง.วัฒนธรรมจังหวัดจันทบุรี
<-- น้ำตกลือเลื่อง เมืองผลไม้ พริกไทยพันธุ์ดี อัญมณีมากเหลือ เสื่อจันทบูร สมบรูณ์ธรรมชาติ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช รวมญาติกู้ชาติที่จันทบุรี . . .
     
       งานจำลองเหตุการณ์พระทรมานของพระเยซูคริสตเจ้า
  แผนที่ทางวัฒนธรรม
  ศูนย์บูรณาการวัฒนธรรม
  ข้อมูลประจำจังหวัด
  ประวัติศาสตร์จันทบุรี
  สถานที่สำคัญของจังหวัด
  ของดีประจำท้องถิ่น
  วิถีชีวิตชาวจันท์
  ธรรมชาติวิทยา
  บุคคลสำคัญของท้องถิ่น
  ภูมิปัญญาชาวบ้าน
 
 

          

         

    พระทรมานของพระเยซูคริสตเจ้า “คริสตชนอาสนวิหารฯ สืบสานความเชื่อ อยู่เพื่อพระคริสต์ ดำเนินชีวิตเพื่อชุมชน” นี่เป็นวิสัยทัศน์
์ร่วมกันของสัตบุรุษอาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล จันทบุรี ด้วยความมุ่งมั่นให้เป็นรูปธรรมในวิถีชีวิตประจำวัน ด้วยแรง
บันดาลใจแห่งความเชื่อและความศรัทธาใน “ชีวิตและคำสอนขององค์พระเยซูเจ้า”

     ความเชื่อของชุมชนวัดโรมันคาทอลิก จันทบุรี สืบทอดมาจากบรรพบุรุษชาวเวียดนาม ที่อพยพมาตั้งรกรากที่จันทบุรีเป็นเวลา 300 ปี หยั่งรากลึกและเติบโตเรื่อยมาจวบจนปัจจุบัน มรดกแห่งความเชื่อของชุมชนคาทอลิกแห่งนี้มีพื้นฐานใน “พระคัมภีร์” ซึ่งเป็นพระวาจา
ของพระเจ้าที่แสดงให้เห็นว่าพระเป็นเจ้า ซึ่งเราคริสตชนเรียกว่า “พระบิดา” ทรงสร้างมนุษย์ ติดต่อกับมนุษย์ และตรัสกับมนุษย์
ด้วยความรักอันยิ่งใหญ่ แม้มนุษย์จะทำบาป จองหอง เห็นแก่ตัว ขาดความรัก ทำร้ายกัน สงคราม อาชญากรรม ความโหดเหี้ยมทารุณ
และความอยุติธรรมอันร้ายกาจทุกรูปแบบ แต่พระเจ้าก็ยังรักและสัญญาจะส่ง “พระบุตร” คือพระเยซูลงมาบังเกิด และไถ่กู้มนุษย์
ให้พ้นบาป กลับสู่ธรรมชาติดั่งเดิมของมนุษย์ มีคุณค่า มีปัญญา มีความรักต่อพระเจ้าและเพื่อนมนุษย์ มีเกียรติและเสรีภาพ มีศักดิ์ศรี
ีในการเป็นบุตรของพระเจ้า มีความเอื้อเฟื้อและเสียสละเพื่อผู้อื่น มนุษย์จะได้เป็น “พระฉายาของพระเจ้า” (ปฐก 1:27) และพระองค์ได้ทำ
ตามสัญญาด้วยรักและเมตตา (ปฐก 3:15) พระเยซูเจ้ามาประสูติในถ้ำเลี้ยงสัตว์ (ลก 2: 7-20) เจริญวัยและเทศนาสั่งสอน ประกาศ
พระอาณาจักรแห่งความรักของพระเจ้าว่ามาถึงแล้ว เป็นอาณาจักรทางจิตใจ ประกาศข่าวดีเรื่องบุญลาภ 8 ประการ (มธ 5:1-12) แต่ข่าวดี
ีไม่ถูกใจ ไม่ตรงใจของบรรดาผู้นำศาสนาในสมัยนั้น พระเยซูเจ้าจึงถูกปองร้าย ถูกกล่าวหา แม้แต่บรรดาอัครสาวกของพระเยซูเจ้า 12 คน ที่พระองค์เลือก และตั้งไว้เพื่อสืบทอดพันธกิจแห่งความรักและการไถ่กู้ให้รอดก็ยังไม่เข้าใจ ซ้ำร้ายกว่านั้นยังมีคนหนึ่งทรยศต่อพระองค์ “ยูดาส” รับข้อเสนอนำจับและชี้ตัวพระเยซูเจ้าให้กับพวกทหารด้วยสินบนเพียง 30 เหรียญ (มธ 26:14-15,47-50) พระเยซูเจ้าจึงถูกจับ ถูกไต่สวน ถูกกล่าวหาและถูกนำไปประหารชีวิตโดยการตรึงบนไม้กางเขน อันเป็นวิธีการประหารนักโทษในสมัยนั้นของชาวยิว (มธ 27:32-37) พระองค์สิ้นพระชนม์และถูกฝังไว้ในคูหา แต่สามวันหลังจากนั้น พระเยซูเจ้าได้ทรงกลับคืนชีพ อยู่กับบรรดาอัครสาวกอีก 40 วัน แล้วพระองค์จึงเสด็จสู่สวรรค์ (มก 16:19)

     ประวัติความเป็นมาของ การจำลองเหตุการณ์พระทรมานของพระเยซูคริสตเจ้า เทศกาลมหาพรต (ปัสกา) อาสนวิหารพระนางมารีอา
ปฏิสนธินิรมล จันทบุรี ช่วงเทศกาลมหาพรต ถือเป็นจุดสำเร็จบริบูรณ์ของแผนการไถ่กู้ หรือประวัติศาสตร์แห่งความรอด จะกินเวลา
ประมาณ 6 สัปดาห์ (40 วัน) เริ่มตั้งแต่วันพุธรับเถ้าเป็นต้นไป คริสตชนจะเริ่มถือศีล (อดเนื้อ อดอาหาร) ภาวนา พลีกรรมใช้โทษ
บาป เพื่อเตรียมตัวเตรียมใจสมโภชการกลับคืนพระชนม์ของพระเยซูคริสตเจ้า หรือ วันปัสกา ซึ่งเป็นสุดยอดของเทศกาลนี้
หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็นสุดยอดของชีวิตคริสตชนเลยทีเดียว เพราะแผนการไถ่กู้ของพระเป็นเจ้าสำเร็จบริบูรณ์ เมื่อพระเยซูคริสต
เจ้าสิ้นพระชนม์และกลับคืนชีพนี่เอง เป็นชัยชนะต่อบาปและความตายอย่างเด็ดขาด และส่งผลให้มนุษย์ ได้มีส่วน ในชัยชนะ
นั้นด้วย พระองค์ทรงตรัสเชิญว่า “ถ้าผู้ใดใคร่ตามเรามา ก็ให้ผู้นั้นเอาชนะตนเอง รับไม้กางเขนของตนมาแบกไว้ แล้วตามเรามา”
(มก 8: 34) เป็นคำเชิญให้มนุษย์เข้ามามีส่วนในการสละตนเอง น้อมรับความยากลำบาก เพื่อไถ่ถอนบาปของมนุษย์เองร่วมกับพระองค์ ถ้ามนุษย์เดินตามพระเยซูคริสต์บนเส้นทางกางเขนนี้ ประตูความรอดก็เปิดออก และมนุษย์ก็กลับเข้าสู่ความรอดได้อีกครั้งหนึ่ง ทางพระเยซูคริสต์นี่แหละ ในพระศาสนจักรมีอุปกรณ์ที่พรั่งพร้อมที่จะช่วยคริสตชนให้ไปสู่ความรอดอย่างแน่นอนและได้ผล อุปกรณ์เหล่านั้น ได้แก่ ศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ พระคัมภีร์ การภาวนา และพิธีกรรม เป็นต้น     พิธีกรรมจึงเป็นเครื่องหมายแสดงออกของความเชื่อที่มีอยู่ภายใน และในเวลาเดียวกันก็ทำให้ความเชื่อนั้นเพิ่มพูน หนักแน่น และเข้มแข็งยิ่งขึ้นด้วย ดังนั้นงานสมโภชและงานฉลองเหตุการณ์ต่างๆ ในประวัติศาสตร์แห่งความรอด ซึ่งเปิดโอกาสให้ คริสตชนได้โน้มนำชีวิตคริสตชนของตนให้ดำเนินไปตามเหตุการณ์เหล่านั้น และซึมซับเอาความหมายและคุณค่าที่มีอยู่อย่างอุดม
ในแต่ละช่วงเหตุการณ์ มาหล่อเลี้ยงชีวิตคริสตชนของตนให้เจริญเติบโตยิ่งๆ ขึ้น

     สถานที่ 1 ภายในสวนเกทเสมนี (ลานหน้าอารามคาร์แมล) เมื่อพระเยซูเสด็จมาพร้อมกับบรรดาศิษย์ถึงสถานที่แห่งหนึ่งชื่อ เกทเสมนี พระองค์ทรงอธิษฐานภาวนาว่า “พระบิดาเจ้าข้า ถ้าข้าพเจ้าต้องดื่มจากถ้วยนี้โดยหลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว ขอให้เป็นไปตามพระประสงค์
์ของพระองค์เถิด” (มัทธิว 26:36, 42)     


      สถานที่ 2 พระเยซูเจ้าทรงถูกตัดสินประหารชีวิตและทรงรับแบกไม้กางเขน (ในอารามคาร์แมล) ครั้นรุ่งเช้า บรรดาหัวหน้าสมณะ พร้อมกับผู้อาวุโส ธรรมาจารย์ และบรรดาสมาชิกสภาสูงทุกคนประชุมตกลงกัน สั่งให้มัดพระเยซูเจ้า และนำไปมอบให้ปีลาต ปีลาตต้องการเอาใจประชาชน จึงปล่อยบาราบัสไป แล้วสั่ง ให้โบยตีพระเยซูเจ้า มอบให้เขาเอาไปตรึงกางเขน (มาระโก 15: 1, 15)      สถานที่ 3 พระเยซูเจ้าทรงหกล้มครั้งที่หนึ่ง (ข้างเทศบาลตำบลจันทนิมิต) พระเป็นเจ้าผู้สร้างโลกจักรวาล และทรงพิทักษ์ให้คงอยู่
ด้วยพระญาณที่เอื้ออาทรของพระองค์ ทรงรับสภาพมนุษย์ผู้อ่อนแอ และล้มลงเพราะแบกไม้กางเขน พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างแก่เรา ในการทนทุกข์ยาก ในชีวิต

      สถานที่ 4 พระเยซูเจ้าทรงพบปะพระมารดา (หนองกระรอก) พระมารดาทรงเศร้าพระทัย เมื่อเห็นพระบุตรถูกทหารฉุดกระชาก พระนางเจ็บปวดและระทมทุกข์ยิ่งนัก พระนางยินยอมรับความเจ็บปวดกับพระบุตร และมีส่วนร่วมในการไถ่บาปของเรา

     สถานที่ 5 ซีโมนช่วยพระเยซูเจ้าแบกกางเขน (บริเวณสนามฟุตบอลทางเข้าบ้านพักผู้สูงอายุคามิลเลียน) ขณะที่บรรดาทหารนำพระองค์
์ออกไป พวกเขาเกณฑ์ชายคนหนึ่งชื่อซีโมน ชาวไซรีน ซึ่งกำลังกลับจากชนบท วางไม้กางเขนบนบ่าของเขา ให้แบกตามพระเยซูเจ้า
(ลูกา 23: 26)

     สถานที่ 6 สตรีในศรัทธาเช็ดพระพักตร์พระเยซูเจ้า (บริเวณสนามฟุตบอลทางเข้าบ้านพักผู้สูงอายุคามิลเลียน) การที่นางเวโรนีกา เช็ดพระพักตร์พระเยซูเจ้าท่ามกลางเหล่าทหารและประชาชน เป็นตัวอย่างแก่ชาวเราให้กล้าแสดงตัวเป็นศิษย์ของ พระเยซูเจ้า
ท่ามกลางเพื่อนพี่น้อง และช่วยเหลือผู้อื่นในชีวิตประจำวัน

     สถานที่ 7 พระเยซูเจ้าทรงหกล้มครั้งที่สอง (หน้าบ้านคุณพาน ขันติลาภาพันธ์) เราหกล้มครั้งที่สอง หนามที่มงกุฎจมลึกเข้าที่ศีรษะ พวกทหารก็ยังสบประมาททุบตีซ้ำอีก เราทน ก็เพราะรักลูกพ้นประมาณ หากลูกทำผิดต่อเราบ่อยๆ จงขออภัยเราเถิด เราทนทรมานเพื่อ
ลงล้างบาปลูก หากลูกต้องลำบาก ก็อย่าท้อถอย ให้สู้ทนเพื่อสวรรค์เถิด

     สถานที่ 8 พระเยซูเจ้าตรัสบรรเทาใจสตรีชาวอิสราเอลที่ติดตามพระองค์ (หน้าบ้านคุณวัลลา ลออสิทธิภิรมย์) ประชาชนจำนวนมากติดตามพระองค์ไป รวมทั้งสตรีกลุ่มหนึ่งซึ่ง ข้อนอกคร่ำครวญถึงพระองค์ พระเยซูเจ้าทรงหันพระพักตร์มาทางสตรี
เหล่านั้น ตรัสว่า “ธิดาเยรูซาเล็มเอ๋ย อย่าร้องไห้สงสารเราเลย แต่จงร้องไห้สงสารตนเองและลูกๆเถิด เพราะถ้าเขาทำกับไม้สดเช่นนี้
จะเกิดอะไรขึ้นกับไม้แห้งเล่า” (ลูกา 23:27-28, 31)

     สถานที่ 9 พระเยซูเจ้าทรงหกล้มครั้งที่สาม (หน้าบ้านพักพระสงฆ์) พระเยซูเจ้าทรงหมดกำลัง และล้มลงอีกครั้งหนึ่ง นั่นเป็นเพราะ
บาปของเราแท้ๆ ที่ทำให้พระองค์ ต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ เราจงมองดูการดำเนินชีวิตของเราที่ผ่านมาเถิด จงไตร่ตรองดูว่าการ
ดำเนินชีวิตของเราเป็นที่พอพระทัยพระเยซูเจ้า หรือว่าเป็นการซ้ำเติมพระองค์

     สถานที่ 10 พระเยซูเจ้าทรงถูกตรึงกับไม้กางเขน (หน้าถ้าแม่พระ) เมื่อถึงเนินหัวกะโหลก บรรดาทหารตรึงพระองค์ที่นั่น พร้อมกับ
ผู้ร้ายสองคน คนหนึ่งอยู่ข้างขวา และอีกคนหนึ่งอยู่ข้างซ้าย (ลูกา 23: 33) “พวกเขานำเสื้อผ้าของข้าพเจ้ามาแบ่งกัน และจับสลาก
เสื้อยาวของข้าพเจ้า” (ยอห์น 19:24) พระเยซูเจ้ากับพระมารดา เมื่อพระเยซูเจ้าทรงเห็นพระมารดาและศิษย์ที่รักยืนอยู่ใกล้ๆ จึงตรัส
กับพระมารดาว่า “แม่ นี่คือลูกของแม่” แล้วตรัสกับศิษย์ผู้นั้นว่า “นี่คือแม่ของท่าน” นับตั้งแต่นั้น ศิษย์ผู้นั้นก็รับพระนางเป็นมารดา
ของตน (ยอห์น 19:26, 27) พระเยซูเจ้าสิ้นพระชนม์ หลังจากนั้น พระเยซูเจ้าทรงทราบว่าทุกสิ่งสำเร็จแล้ว จึงตรัสว่า “เรากระหาย” พระคัมภีร์ตอนนี้จึงเป็นจริงด้วย ที่นั่นมีภาชนะใบหนึ่งบรรจุน้ำองุ่นเปรี้ยวเต็มวางอยู่ ทหารจึงใช้ฟองน้ำชุบน้ำองุ่นเปรี้ยวเสียบปลายกิ่ง หุสบ ยื่นถึงพระโอษฐ์ พระเยซูเจ้าทรงจิบน้ำองุ่นเปรี้ยวแล้ว ตรัสว่า “สำเร็จบริบูรณ์แล้ว” พระองค์ทรงเอน พระเศียรสิ้นพระชนม์ (ยอห์น 19:28-30) แต่ทหารคนหนึ่งใช้หอกแทงด้านข้างพระวรกายของพระองค์ โลหิตและน้ำก็ไหลออกมาทันที ผู้ที่ได้เห็นก็เป็นพยาน คำพยานของเขาน่าเชื่อถือ เขารู้ว่าเขาพูดความจริง เพื่อท่านทั้งหลายจะเชื่อด้วย เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพื่อข้อความในพระคัมภีร์ เป็นจริงว่า “กระดูกของเขาจะไม่หัก แม้เพียงชิ้นเดียว” และข้อความอีกตอนหนึ่งว่า “เขาทั้งหลายจะมองดูผู้ที่เขาแทง” (ยอห์น 19:34-37)

     สถานที่ 11 การฝังพระศพ (ภายในอาสนวิหารฯ) หลังจากนั้น โยเซฟ ชาวอาริมาเธีย ซึ่งเป็นศิษย์ลับๆ คนหนึ่งของพระเยซูเจ้า
เพราะกลัวชาวยิว ขออนุญาตปีลาตอัญเชิญพระศพของพระเยซูเจ้าลง ปีลาตก็อนุญาต เขาจึงมาอัญเชิญพระศพลง นิโคเดมัส ซึ่งก่อน
หน้านี้เคยมาเฝ้าพระองค์เวลากลางคืนก็มาด้วย เขานำเครื่องหอมที่ผสมด้วยมดยอบและว่านหางจระเข้หนักประมาณหนึ่งร้อยปอนด์ ทั้งสองคนอัญเชิญพระศพของพระเยซูเจ้า ให้ผ้าพันพระศพพร้อมกับใส่เครื่องหอมตามประเพณีฝังศพของชาวยิว สถานที่ที่พระองค์
ทรง ถูกตรึงนั้นมีสวนแห่งหนึ่ง สวนนี้มีคูหาขุดใหม่ที่ยังไม่เคยใช้ฝังผู้ใดเลย เขาจึงอัญเชิญพระศพของพระเยซูเจ้าบรรจุไว้ที่นั่น เพราะวันนั้นเป็นวันเตรียมฉลองของชาวยิว และคูหาอยู่ใกล้ (ยอห์น 19: 38-42)


ที่มา : http://www.tat-chanthaburi.com

 

รวบรวม เรียบเรียง และพัฒนาโดย : งานยุทธศาสตร์และแผนงาน
สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดจันทบุรี ถนนเลียบเนิน ต.วัดใหม่
อ.เมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี 22000 เบอร์โทรศัพท์ 039 - 303298
ติดต่อผู้ดูแลระบบ
chan_culture@hotmail.com
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
ออกแบบโดย    นายธนัฐ  ยังเหลือ....

ปรับปรุงและพัฒนาโดย   นายชวลิต  อยู่รอต....
- - - - - - - - - - - - - - - - -
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -