<-- น้ำตกลือเลื่อง เมืองผลไม้ พริกไทยพันธุ์ดี อัญมณีมากเหลือ เสื่อจันทบูร สมบรูณ์ธรรมชาติ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช รวมญาติกู้ชาติที่จันทบุรี . . .
     
  แผนที่ทางวัฒนธรรม
  ข้อมูลประจำจังหวัด
  ประวัติศาสตร์จันทบุรี
  สถานที่สำคัญของจังหวัด
  ของดีประจำท้องถิ่น
  วิถีชีวิตชาวจันท์
  ธรรมชาติวิทยา
  บุคคลสำคัญของท้องถิ่น
  ภูมิปัญญาชาวบ้าน
 



      พิธีกรรมท้องถิ่นของจันทบุรี

     การอยู่กระโจม หลังจากอยู่ไฟ หรือก่อนทับหม้อเกลือแล้ว เพื่อให้ไอตัวออก อาการเมื่อยตัว ครั่นเนื้อครั่นตัวจะได้
    หายและเลือดลมไหลเวียนสะดวกดี ให้นำตะไคร้ทั้ง ๕ ( คือใช้ทั้งต้น ราก ใบ โคน หัว ) ใบมะกรูด ใบหนาด หัวไพล
    ใบส้มป่อย ใบมะนาว ลูกมะนาว ลูกมะกรูด เอาทั้งหมดนี้ใส่หม้อนำไปต้มให้เดือดสักครู่กะว่าน้ำจากสิ่งที่เราต้มออกมา
    แล้ว จึงยกลง กระโจมที่ใช้ก็คือสุ่มไก่ใหญ่ ๆ แล้วนำผ้าปิดโดยรอบกระโจม ให้ผู้อยู่กระโจมเข้าไปอยู่ในสุ่มไก่ หรือ
    กระโจม โดยนำหม้อน้ำที่กำลังเดือดเข้าไปด้วยแล้วค่อยเปิดฝาหม้อทีละนิดให้ไอและความร้อนออกมาปะทะกายผู้อยู่
    กระโจม เหงื่อจะได้ออกอบตัวจนความร้อนจากหม้อหมดจึงจะออกจากกระโจมได้ ผู้ออกจากกระโจมนั้นตัวจะเปียกชุ่ม
    จนเป็นน้ำ จะรู้สึกว่าสบายตัวถ้าจะเปรียบก็คงจะเหมือนกับอบไอน้ำของปัจจุบัน การอยู่กระโจม จะทำวันละ ๒ ครั้ง ( เช้า
    - เย็น ) ทำอย่างน้อย ๗ วัน แต่เชื่อกันว่ายิ่งอยู่นานยิ่งดี
    >> พิธีกรรมท้องถิ่นของจันทบุรี เรื่องการทับหม้อเกลือ

     การทับหม้อเกลือ เพื่อทำให้หน้าท้องแห้ง เพราะผู้คลอดบุตรใหม่ ๆ หน้าท้องจะใหญ่การทับหม้อเกลือจะช่วยให้มดลูก
    เข้าอู่เร็ว

    ใช้หม้อดิน ๒ ใบ ใช้หัวไพลตำแล้วนำไปคลุกกับเกลือใช้เกลือราว ๆ หม้อละ ๑ กิโลกรัม นำหม้อดินไปตั้งไฟทีละ ๑ ใบ
    พอร้อนก็นำมาทับท้องผู้คลอดบุตร ชาวบ้านเรียกว่า ผึ่งท้อง ตอนผึ่งให้ใช้ใบพลับพลึงรองท้องด้วยทำเช่นนี้สลับกันไป
    เพราะระหว่างที่ใช้หม้อใบนี้ผึ่งท้องที่ให้นำหม้อไพลอีกใบหนึ่งไปตั้งไฟ พอใบที่ผึ่งเย็นก็เอาอีกใบหนึ่งที่อยู่บนเตามา
    ผึ่งแทนสลับกันไป วันละ ๒ ครั้ง ( เช้า-เย็น ) อย่างน้อย ๗ วัน ยิ่งทำมากก็ยิ่งดี้

    เมื่อผึ่งท้องเสร็จแล้ว ให้นำน้ำที่อยู่ในกระโจมไปตั้งไฟให้อุ่นแล้วนำมาผสมน้ำเย็นอาบน้ำ รดน้ำตั้งแต่ศีรษะลงมา ให้
    นำหัวไพลมาตำ ห่อผ้าขาวแล้วมัดให้เป็นลูกประคบ นำผ้าขาวแช่ลงในน้ำร้อน แล้วนำมาประคบบริเวณบ่าและศีรษะ
    จะได้หายปวด หายเมื่อย อาบน้ำไปประคบไป เป็นอันเสร็จพิธีถ

    การอยู่ไฟ อยู่กระโจมและการทับหม้อเกลือนั้น เป็นประเพณีที่ทำกันต่อเนื่อง มีความเชื่อว่าผู้หญิงที่คลอดบุตรใหม่ ๆ
    จะต้องทำร่างกายให้แข็งแรงแต่ในปัจจุบันนี้ ผู้หญิงบางคนไม่ได้คลอดธรรมชาติ คลอดโดยการผ่าออกก็ทำการอยู่ไฟ
    อยู่กระโจมและทับหม้อเกลือไม่ได้ ก็ทำให้ประเพณีนี้มีคนทำน้อยกว่าเดิม
    >> พิธีกรรมท้องถิ่นของจันทบุรี เรื่องการอยู่ไฟ ( แคร่ )

     การอยู่ไฟ ( แคร่ ) หลังคลอดบุตร เพื่อให้เลือดหมุนเวียน ท้องแห้ง มดลูกเข้าอู่เร็วถ อุปกรณ์มีเตาถ่าน ๒ เตา แคร่
    หมายถึง เตียงหรือที่นั่งที่ทำด้วยไม้ไผ่ ตีไม้ไผ่ให้ห่าง มีช่องเล็กน้อยเมื่อไฟติดก็ให้เอาเตาถ่านทั้ง ๒ ใบ ไปวางไว้ใต้แคร่
    แล้วให้หญิงที่เพิ่งคลอดบุตรใหม่ ๆ ไปนอนบนแคร่ ความร้อนจากเตาก็จะพุ่งขึ้นมาบนแคร่ ผู้ที่อยู่ไฟจะนอนอยู่บนแคร่
    เกือบทั้งวัน โดยพลิกกลับไปกลับมา ชาวบ้านมีความเชื่อว่าเมื่อไฟติดจะต้องใส่เกลือลงไปในกลางใจเตาเล็กน้อยเพื่อดับ
    พิษไฟ ผู้อยู่ไฟจะต้องอยู่ไฟอย่างน้อย ๗ วัน อย่างมากอาจถึง ๑ เดือน
    >> พิธีกรรมท้องถิ่นของจันทบุรี เรื่องการจุดท้อง

     การจุดท้อง เป็นความเชื่อทางไสยศาสตร์ของหมู่บ้านแถบชายแดนไทย - กัมพูชา อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี และ
    ยังยึดถือปฏิบัติมาจนถึงทุกวันนี้ การจุดท้องทำขึ้นเพื่อรักษาโรคภัยไข้เจ็บเป็นบางโรค เช่นไข้ป้าง (จะเกิดในท้อง มี
    อาการปวดท้อง อาเจียน ตัวเหลือง เป็นไข้วันเว้นวัน ) ไข้กลอน ( มีอาการปวดท้องน้อย ) การรักษาจะต้องใช้หมอหรือ
    ครูที่มีเวทมนต์คาถา และจะต้องมีความชำนาญในการจับเส้น เพื่อกำหนดจุดที่จะทำการจุดท้อง ญาติของผู้ป่วยจะนำกระทง
    ทำด้วยใบพลูม้วนติดบนก้านกล้วยเหลาไม้ปักทำขา ๔ ขา เย็บเป็นหู ๓ มุม ปักธูป ๑ ก้าน ทำกระทง ๒ ชุด และเงิน ๑ บาท
    สำหรับเป็นค่ายกครู นำไปวางบนถาดหรือจาน ส่วนครูจะเตรียมกระทงสามเหลี่ยมใส่ข้าวสุก ๓ สีคือ สีขาว สีแดง และสีดำ

    วิธีการักษา ครูจะใช้ก้านธูปที่เตรียมไว้ต่างหากชุบปูนกินหมากทาตามจุดที่จับเส้นไว้ แล้วบริเวณใต้ลิ้นปี่จำนวน ๓-๕ จุด
    ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วยว่ามากน้อยเพีงใด จากนั้นใช้ขุยของต้นเต่ารั้ง ( ไม่นิยมใช้สำลีหรือดอกฝ้ายเพราะจะทำให้
    ร้อนมาก ) ปั้นเป็นก้อนกลม ๆ ขนาดเท่าปลายนิ้วก้อย ถ้าเป็นผู้ใหญ่จะมีขนาดใหญ่กว่า นำไปวางตามจุดที่กำหนดเป็น
    รูปครึ่งวงกลมคว่ำ แล้วใช้ธูปจี้ให้ขุยของต้นเต่ารั้งติดไฟทุกจุด ไฟจะไหม้ผิวหนังที่ท้องของผู้ป่วย ขณะที่ไฟใกล้จะดับหมดครู
    จะใช้มือกดให้ขี้เถ้าติดอยู่ที่แผล ทำเช่นนี้อีกให้ครบ ๓ ครั้ง แล้วใช้ใบพลูปิดบริเวณที่จุดท้อง พร้อมกับท่องคาถาไปด้วย
    นำใบพลูวางไว้บนกระทงสามเหลี่ยม จากนั้นนำกระทงสามเหลี่ยมถือไว้เหนือบริเวณที่จุดท้องและไล่ลงไปทางปลายเท้าของ
    ผู้ป่วยเพื่อเป็นการไล่ให้โรคร้ายออกไปจากตัว

    หลังจากที่รักษาด้วยการจุดท้องด้วยการจุดท้อง ๒-๓ วันผู้ป่วยจะหายเป็นปกติ ในระหว่างนี้ห้ามผู้ป่วยข้ามคลองและเด็ดใบ
    ไม้ที่ติดกับต้นเป็นอันขาด ( มีความเชื่อกันว่าเมื่อข้ามคลองไปแล้วเหมือนกับการเอาโรคร้ายออกจากตัว แต่เมื่อข้ามคลอง
    กลับมาจะทำให้โรคร้ายนั้นตามมาด้วย เหตุที่ห้ามเด็ดใบไม้เพราะเมื่อเด็ดใบไม้จะทำให้ต้นไม้ลัดใบใหม่เหมือนกับทำให้
    โรคกลับมาเป็นอีก ) เมื่อแผลที่ท้องหายแล้วจะปรากฎแผลเป็นติดอยู่ที่บริเวณท้อง
    >> พิธีกรรมท้องถิ่นของจันทบุรี เรื่องการแต่งงานของชาวชอง

      การแต่งงานของชาวชอง การแต่งงาน บางคนสู่ขอกันตามประเพณีนิยมแล้ว ก็นัดแต่งงานกันเลย บางคนสู่ขอกันตาม
     ประเพณีนิยมแล้วหมั้นกันไว้ก่อน เพื่อทดสอบดูใจกันก่อนที่จะแต่งงานอยู่กินกัน ในการหมั้นจะต้องมีสินสอดเงินทองหมั้น
     เช่น แหวนวง หรือสายสร้อยเพื่อเป็นเครื่องค้ำประกันการหมั้น ถือว่าทดสอบความประพฤติซึ่งกันและกันทั้งสองฝ่าย ว่าจะมี
     ความจริงใจต่อกันอย่างไรทั้งสองฝ่ายต้องมีความซื่อตรงต่อกันถ้าฝ่ายใดไม่มีความซื่อตรงแล้วก็จะคืนทองหมั้นให้หรือแหวน
     หมั้นให้ เขาจะไม่มีการโกงกันเมื่อแน่ใจกันแล้วก็จะไปหาฤกษ์แต่งงาน โดยฝ่ายชายจะเป็นฝ่ายจัดการ เมื่อกำหนดวันเรียบ
     ร้อยแล้ว ฝ่ายหญิงก็เริ่มบอกเชิญญาติพี่น้องของตน ไม่ว่าจะเป็นญาติฝ่ายแม่หรือฝ่ายพ่อ โดยจะเชิญมารับไหว้ในวันนั้น

    ฝ่ายชาย ( เจ้าบ่าว ) ก็จะเตรียมขันหมากมาในวันรุ่งขึ้น แต่พิธีแต่งงานมักจะมีสองวัน
    คือ ในวันแรกเขาเรียกว่าวันสุกดิบ (วันเริ่มต้นงาน) ตอนเย็นวันสุกดิบเจ้าบ่าวจะต้อง
    มาที่บ้านเจ้าสาวก่อนครั้งหนึ่งเพื่อจะทำพิธีเซ่นผีกันครั้งหนึ่งก่อน ในสถานที่ที่ฝ่าย
    เจ้าสาวเตรียมไว้ อุปกรณ์ที่ใช้คือ กระบุงข้าวเปลือก แหวนกำไล ลูกปัด และซอ
    ลักษณะเหมือนเชงเลง และ ไก่ ( กระบุง ภาษาชองเรียกว่า โคเฌ่อ ) และรูปเหมือน
    เชงเลง ชอง เรียกว่า สันทราย บายศรีห้าชั้นอีก 1 ต้น เหล้า ผักหญ้า ปะรำพิธี เมื่อ
    เจ้าบ่าวเจ้าสาวมานั่งในพิธีทั้งคู่ หมอเจ้าพิธีก็จะเริ่มทำพิธีโดยมีผ้าขาวสำหรับโพกหัว
    และขวานปูลูไว้สำหรับแบก ต่อจากนั้น หมอทำพิธีก็จะเริ่มทำพิธี และสอนเจ้าบ่าวเจ้า
    สาว เจ้าสาวจะยกเครื่องอุปกรณ์ที่ตั้งไว้เป็นต้นเหตุ

     เอามาเปรียบเทียบให้ฟัง อย่างเช่น มีกระบุงไว้เก็บหอมรอมริบให้เป็นที่เป็นแห่ง ให้มีจิตใจหนักแน่นเก็บความรู้สึกไว้
     เหมือนกระบุงหนักก็ไม่บ่น มีข้าวเปลือก หมายถึง ให้เป็นพันธุ์ข้าวไว้สำหรับเป็นทุนได้เริ่มชีวิตครอบครัวด้วยข้าว แหวน
     หมายถึง ทุนไว้สำรองเมื่อจำเป็นในครอบครัวเราก็เอาไปจับจ่ายใช้สอยได้ลูกปัด ประเพณีชองใช้กันมากถือว่าล้างปัด
     ความทุกข์ความยากต่างๆให้พ้นไป กำไร ถือเป็นของมงคลจะทำอะไรก็ไม่ขาดทุนมีแต่กำไรอย่างเดียว เคียว มีความหมาย
     มอบให้สำหรับเป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพต่อไป สันทรายนั้นเหมือนไม้ตะเคียนเพราะไม้ตะเคียนแข็งมาก เจ้าบ่าว
     เจ้าสาวต้องตั้งจิตตั้งใจให้เข้มแข็งเหมือนไม้ตะเคียน ต้องอดทนจะอ่อนแอไม่ได้เพราะจะทำมาหากินไม่ทันเขา เสร็จในการ
     สอนเจ้าบ่าวเจ้าสาวแล้วให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวดื่มน้ำข้างบูดในกระปุกที่เตรียมไว้ มีความหมายว่า น้ำข้าวบูดนั้นมีกิน กินด้วย
     กัน อด อดด้วยกัน ลำบาก ลำบากด้วยกัน เป็นต้น ไก่นั้นมีความหมายเตือนสติเตือนใจอยู่เสมอว่าไก่นั้นตื่นเช้าเสมอ เรา
     จะนอนตื่นสายไม่ได้ไก่นั้นขันเป็นเวลา ไก่เหมือนนาฬิกาปลุกและนาฬิกาประจำบ้าน ไก่นั้นคุ้ยเขี่ยหากินอยู่เสมอ ควร
     นำมาเป็นตัวอย่างที่ดี

    ถ้าเราเอาเหมือนไก่ย่อมสบายแน่นอน ต่อจากนั้นหมอพิธีก็เริ่มให้เจ้าบ่าว
    เจ้าสาวจุดธูปเทียน หมอพิธีกล่าวชุมนุมเทวดาแล้วก็เซ่นบอกผีด้วยผักหญ้า
    ปลายำ เสร็จแล้วเอาผ้าขาวโพกศีรษะแล้วก็แบกขวานเวียนรอบทำท่าโค่นไม้
    พอได้รอบหนึ่งก็ทำท่าไก่ขันครั้งหนึ่งเป็นเสียงไก่อูขัน โอ๊กอี๊โอ๊ก ๆ รอบที่
    สองเสียงไก่ขันเสียงไก่แจ้เอ๊กอี๊เอ๊ก ๆ โค่นไม้ก็คือสอนความอดทนนั้นเอง
    หมดพิธีเอาผ้าคลุมศีรษะเจ้าบ่าวเจ้าสาว และเอาหมากพลูจีบวางไว้บนศีรษะ
    ให้ศีลให้พรจับศีรษะเจ้าบ่าวเจ้าสาวกระทบกันก็เป็นอันเสร็จพิธีในตอนเย็น

     ตอนเช้าทางฝ่ายพวกเจ้าบ่าวจะแห่ขันหมากมายังบ้านเจ้าสาวที่เรียกขันหมากก็เพราะต้องมีขันพอเหมาะๆ สี่ใบ ข้างในขัน
     ทั้งสี่ใบ จะมีใบเงินใบทองถั่วงาและห่อผ้าแดงสองลูก ผ้าขาวสองลูก นี่คือขันหมากเอกที่ขาดไม่ได้เป็นอันขาด ยังมีเครื่อง
     ประกอบขันหมาก อีกหลายอย่างเช่น กล้วยน้ำว้า ๒ ถาดอ้อยตัดเป็นท่อนอีก ๒ ถาด มะพร้าวอ่อนอีก ๔ ลูก หมากหนึ่งพาน
     เงินบอกผีหกบาท ขาหมูหนึ่งคู่หมูชิ้นงามสองชิ้น และขนมเป็นคู่อีกหลายคู่ สุดแล้วแต่ทางฝ่ายเจ้าบ่าวจะจัดมาตามฐานะ
     ของตนพอเหมาะพอสวย ขันหมากเอกนั้นทางฝ่ายเจ้าบ่าวจะหาเด็กหนุ่มรุ่น ๆ เป็นผู้ถือ ทางฝ่ายเจ้าสาวก็จะหาสาวรุ่น ๆ
     มาคอยรับเหมือนกัน พอขบวนฝ่ายชายแห่มาใกล้บ้านเจ้าสาวแล้วเขาจะมีสัญญาณ คือ ชักอ้อยและโห่เป็นสัญญาณ ทาง
     ฝ่ายเจ้าสาวพอได้ยินก็จะชักอ้อยตอบแล้วทางฝ่ายเจ้าสาวก็จะให้ฝ่ายของตนไปกั้นทำเป็นประตูเรียกว่า ประตูเงิน ประตู
     ทอง กว่าเจ้าบ่าวจะผ่านประตูเงินประตูทองได้จะต้องมีการเรียกค่าไถ่กันพอสมควร เสร็จจากนั้นทางฝ่ายเจ้าสาว ได้จัด
     เด็กสาววัยรุ่นที่พ่อแม่ยังอยู่ทั้งสองคนเตรียมตัวคอยรับพร้อมทั้งในมือจะมีดอกไม้มอบให้กับเจ้าบ่าวแล้วยกมือไหว้
     เจ้าบ่าวพร้อมกับจูงมือเจ้าบ่าวขึ้นบ้านเข้าในพิธีที่เตรียมไว้ บางแห่งจะให้เจ้าสาวมารับเอง และล้างเท้าให้เจ้าบ่าว เมื่อจะ
     ประกอบพิธีก็เรียกเจ้าสาวมานั่งคู่กับเจ้าบ่าวแล้วให้จุดธูปเทียน หมอเจ้าพิธีก็เริ่มชุมนุมเทวดาแล้ว ทำพิธีบอกผีปู่ ย่า
     ตา ยายผีเรือ เจ้าที่เจ้าทาง เพื่อเป็นสักขีพยานในงานแต่งงานของเจ้าบ่าวเจ้าสาวนี้ ก็เส้นปักตั๊กแตนด้วยผักพร่า ปลายำ
     แล้วเริ่มเอาผ้าขาวโพกศีรษะแบกขวานปูลู่ เวียนสามรอบขันไก่สามครั้งเป็นอันเสร็จพิธี แล้วเจ้าบ่าวเจ้าสาวก็หันมากราบ
     ญาติพี่น้อง ที่รับเชิญมานั่งวันนั้นทุกคน เพื่อให้เจ้าบ่าวได้รู้จักญาติพี่น้องของฝ่ายเจ้าสาว เมื่อญาติรับไหว้แล้วต่างก็อวยชัย
     ให้พร และผูกมือทำขวัญให้แก่เจ้าบ่าวเจ้าสาว ขอให้อยู่ด้วยกันจนเฒ่าจนแก่ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร อย่างนี้
     เป็นต้น และ ญาติฝ่ายเจ้าสาวที่คอยแจกขนมที่เตรียมไว้ให้กับญาติทุกคนที่เชิญมา ขนมนี้เรียกว่าขนมเซ่นผี ( ภาษาชอง
     เรียกว่า น่อมด ระมู้จ มู้จแปลว่าผี ) โดยมากคนนิยมพูดกันหรือคนเฒ่าคนแก่มักจะพูดล้อสาวๆว่าหอมขนมแล้ว เมื่อไร
     แต่งงานจะได้กินขนมสักที ( ภาษาชองมักพูดว่า โป้กางอิแต่งงานอิงจะเอียนชาน่อม ) พอไหว้เสร็จก็จะมอบสินสอด ทางฝ่าย
     แม่เจ้าสาวก็จะจูงมือลูกสาวและลูกเขยเข้าไปในห้องที่เตรียมมอบห้องกันต่อไป

     ตอนบ่ายวันนั้นทางฝ่ายเจ้าบ่าวก็จะพาเจ้าสาวไปไหว้พ่อแม่และผู้เฒ่าผู้แก่รวมทั้งผู้เฒ่าแก่ที่เป็นตัวแทนติดต่อสู่ขอเจ้าสาว
     ในวันแรกด้วย และฝ่ายเจ้าบ่าวจะต้องเตรียมอาหาร ไว้คอยต้อนรับในเย็นวันนั้นด้วย เสร็จแล้วฝ่ายเจ้าบ่าวก็จะต้องพาเจ้า
     สาวกลับบ้ายเจ้าสาวตามเคย โดยฝ่ายเจ้าบ่าวจะต้องนอนอยู่บ้านเจ้าสาวเป็นเวลาสามคืนก่อน เมื่อครบสามคืนแล้วก็ไปนอน
     ค้างที่บ้านเจ้าบ่าวอีกสามคืน ต่อจากนั้นก็จะตกลงกันเองว่าจะอยู่บ้านของใคร
    >> พิธีกรรมท้องถิ่นของจันทบุรี เรื่องการสวดมาลัยในชนบทเมืองจันท์

      การสวดมาลัยในชนบทเมืองจันทร์ เมื่อมีคนตายจะทำงานศพ ๓ วัน ๓ คืน เป็นส่วนมาก ถ้าเป็นผู้สูงอายุจะทำงาน
     ศพ ๕ - ๗วัน ในตอนกลางคืนชาวบ้านจะมาร่วมกันสวดมาลัย เป็นเพื่อนศพ และเป็นเกียรติให้ความอบอุ่นใจแก่เจ้าภาพ
     การสวดนี้จะสวดตลอดคืน ชาวบ้านเรียกว่าสวดผี ฉะนั้นเมื่อมีงานศพในหมู่บ้านกลางคืนจะต้องมีสวดมาลัยทุกงาน ขณะ
     สวดมาลัยจะมีการร่ายรำร้องเพลงโต้ตอบกันระหว่างชายหญิง รำแสดงเป็นเรื่องราวก็มี ส่วนเจ้าภาพก็จะนำผลไม้ อาหาร
     ต่าง ๆ มาเลี้ยงดูอย่างดี และสิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือเหล้า





      ความเชื่อท้องถิ่นของจันทบุรี

     คนเมืองจันท์มีความเชื่อ ในเรื่องเกี่ยวกับคาถาอาคมคุณไสย เชื่อกันว่าคาถาอาคมมีอำนาจที่จะดลบันดาลให้ทุกสิ่งทุก
     อย่างเกิดขึ้นได้ตามที่ต้องการ หรืออาจจะใช้ป้องกันรักษาโรคภัยไข้เจ็บ ภยันตรายหรืออาจทำเสน่ห์คุณไสยให้ผู้อื่นหลงไหล
     หรือให้เจ็บป่วย ตัวอย่างจากตำราพรหมชาติของห้วงโหรศรีมหาโพธิ์ ( ๒๕๒๘: ๒๖๑ - ๒๖๓ ) ว่าการใช้พระคาถามหาอาคม
     จะต้องบูชาครูก่อนด้วยธูป ๓ ดอก เทียนขาว ๑ เล่ม ดอกไม้ ๓ ดอก ๓ สี จึงจะสัมฤทธิ์ผล


   ความเชื่อเกี่ยวกับเครื่องรางของขลังและสิ่งศักดิ์สิทธิ์
   เป็นความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับของหรือวัสดุที่นับถือ ว่าจะช่วยในการป้องกันอันตรายจากเภทภัยหรืออาวุธต่าง ๆ เช่น
   เหล็กไหล เพชรตาแมว เขี้ยวหมูตัน เขี้ยวเสือ ปูหิน ไข่หิน ปูทองแดง เม็ดขนุนทองแดง เม็ดมะขามทองแดง เม็ด
   สะบ้าทองแดง คดปลาหมอ คดปลาวาฬ และพระเครื่องหลวงพ่อคง วัดวังสรรพรส อ.ขลุง จ.จันทบุรี พระยอดธงวัด
   บางกะจะ อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี พระหลวงพ่อเจิม วัดวันยาวล่าง อ.ขลุง จ.จันทบุรี


   ความเชื่อเกี่ยวกับรูปลักษณ์
   คนผมหยิกหน้ากล้อ คอเอียง พูดจาสองเสียง คบไม่ได้ คนหัวล้านมักใจน้อย คนหูยานมักอายุยืนช้างดีต้องมีลักษณะ
   ๘ ประการ คือ ตาขาว เพดานขาว เล็บขาว พื้นหน้ายาว ขนหางยาวขนขาวอวัยวะเพศขาวหรือสีคล้ายหม้อใหม่ ต้น
   มะพร้าวดีเป็นมงคล มี ๕ ยอดี


   ความเชื่อเกี่ยวกับขวัญ
   เชื่อว่ามีสิ่งหนึ่งสิงอยู่ในร่างกายคน สัตว์ ต้นไม้ มาตั้งแต่เริ่มเกิด ถ้าสิ่งนั้นอยู่จะทำให้มีความสุขสบาย ถ้าเกิดหาย
   ไปจะทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ หรือมีทุกข์ จนอาจถึงแก่ชีวิตได้ สิ่งนี้เรียกว่าขวัญ

   จากความเชื่อนี้ทำให้เกิดพิธีกรรมทำขวัญ เช่น ทำขวัญเด็ก ทำขวัญนาค ทำขวัญช้าง ม้า วัวควาย ทำขวัญข้าวและ
   ทำขวัญสิ่งของที่ทำด้วยไม้ เช่น ทำขวัญเรือน ทำขวัญเสาเรือน ทำขวัญเรือ ทำขวัญเกวียน


   ความเชื่อเกี่ยวกับการกระเหม่น
   ซึ่งหมายถึงอาการสั่นกระตุกที่อวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งอันมิได้เกิดจากโรคภัยไข้เจ็บ เป็นอยู่สักครู่ก็จะหายไป ถ้า
   กระเหม่นหูซ้ายจะได้ลาภภายใน ๓ วัน ๗ วัน ถ้ากระเหม่นหูขวาจะได้ข่าวร้าย ถ้ากระเหม่นตาซ้ายผู้หญิงจะบ่นถึง
   ถ้ากระเหม่นตาขวา จะมีคนนำลาภมาให้


   ความเชื่อเกี่ยวกับลางบอกเหตุ
   เช่น แมงมุมตีอกในเรือน จะเกิดการทะเลาะวิวาทข้าวของจะหาย แมงมุมตีอกในที่นอน อาจจะต้องตาย ถ้าไม่ตาย
   ต้องบาดเจ็บ แมงมุมตีอกกรอบฝา เดินทางไกลจะบาดเจ็บ


   ความเชื่อเกี่ยวกับสิ่งอุบาทว์
   ความเชื่อเกี่ยวกับสิ่งอุบาทว์ ถ้าแร้ง งูป่า นกเค้าแมว นกยาง เหี้ย ตะกวด สุนัขจิ้งจอก ปลวก ผึ้ง เต่า เหล่าสัตว์ป่า
   มาจับเรือนขึ้นเรือนเข้าในเรือน

   ทางทิศตะวันออก                       ทรัพย์สมบัติและบุตรจะฉิบหาย
   ทางทิศตะวันออกเฉียงใต          ไฟจะไหม้บ้าน
   ทางทิศใต                                  ตัวจะตายหรือเจ็บหนัก
   ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้            โจรจะปล้นบ้าน


   ยาแผนโบราณ
   ตะขาบกัดให้เอาน้ำลายไก่นาทาที่แผล เชื่อว่าจะหาย แมงป่องต่อยพอกด้วยหัวหอมตำละเอียดเชื่อว่าจะหายปวด
   ไก่ขาหักใช้ใบตระไคร้พันเชื่อว่าจะหาย ใบมะกาต้มน้ำกินเชื่อว่าจะเป็นยาถ่าย ใบพลับพลึงนำมาลนไฟห่อตรงที่
   เคล็ดเชื่อว่าจะหาย รากหมาก รากพลู แช่น้ำแล้วนำมาอาบหรือกิน เชื่อว่าแก้อีสุกอีใสได้ รากมะเฟืองนำมาต้มกิน
   เชื่อว่าแก้ปวดหลังปวดเอว ปูนแดงผสมน้ำมะนาว เชื่อว่าทาแก้สิวได้ ใบเหงือกปลาหมอนำมาตำพอกฝี ตำบดให้
   ละเอียดผสมกับนำผึ้งกิน เชื่อว่าแก้โรคทุกชนิด ยอดตำลึงบีบให้ก้านแตกเหมือนปลายพู่กันทากุ้งยิง เชื่อว่าจะหาย
   เป็นโรคเกี่ยวกับลำไส้ให้กินใบฝรั่งถ่ายพยาธิให้กินผลมะเกลือตำหรือเม็ดมะขามคั่ว กินผักบุ้งตาจะหวาน คนเป็น
   กามโรคห้ามกินหูปลาฉลามปลากระเบน สาเก คนเป็นเอดส์ให้กินมะระขี้นก ปวดเมื่อยให้บีบนวดและจับเส้น


   ความเชื่อปรากฎการณ์ธรรมชาติ
   มดขนไข่ฝนจะตก เวลาเดินกรำฝนห้ามเอาขันครอบหัวฟ้าจะฝ่า ห้ามชี้รุ้งกินน้ำนิ้วจะกุด เห็นดาวตกห้ามทักจะ
   ทำให้วิญญาณไปเข้าท้องหมา ปีไหนดาวหางขึ้นจะเกิดเหตุร้าย ที่ต้นไม้ใหญ่จะมีเทวดารักษาอยู่ ควรปลูกต้น
   มะยมไว้หน้าบ้าน ปลูกต้นขนุนไว้หลังบ้าน ต้นไม้ไม่ออกลูกให้เอาสากไปตำที่ลำต้นตอนเกิดสุริยคราส ปลูกว่า
   นางกวักจะทำให้เกิดคุณทางเมตตา



     หากท่านผู้ใดสนใจข้อมูลทางวัฒนธรรมของจังหวัดจันทบุรี ติดต่อสอบถามได้ที่ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดจันทบุรี
     ฝ่ายงานประชาสัมพันธ์ โทร 039 - 303298 , 303299 ในเวลาราชการ
 
   
กลับไปหน้าแรก วิถีชีวิตของคนจันทบุรี
 
   
รวบรวม เรียบเรียง และพัฒนาโดย : งานยุทธศาสตร์และแผนงาน
สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดจันทบุรี ถนนเลียบเนิน ต.วัดใหม่
อ.เมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี 22000 เบอร์โทรศัพท์ 039 - 303298
ติดต่อผู้ดูแลระบบ
chan_culture@hotmail.com
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
ออกแบบโดย    นายธนัฐ  ยังเหลือ....
ปรับปรุงและพัฒนาโดย   นายชวลิต  อยู่รอต....
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -