ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
นางสาวขวัญดิน สิงห์คำ
นางสาวขวัญดิน สิงห์คำ เกิดเมื่อวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2498 ปัจจุบันอุทิศตน รับใช้ศาสนาอยู่ในชุมชนศีรษะอโศก
สถานที่ทำงานและที่อยู่ปัจจุบัน
บ้านเลขที่ 271 หมู่ที่ 15 ชุมชนศีรษะอโศก ตำบลกระแชง อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ 33110
ผลงาน-ความสามารถ
นางสาวขวัญดิน สิงห์คำ เป็นผู้ศึกษาและปฏิบัติธรรม โดยการนำหลักธรรมสู่การปฏิบัติในวิถีชีวิตประจำวัน เน้นในเรื่องของธรรมะ
การศึกษา และอาชีพ โดยได้ลาออกจากการเป็นข้าราชการครูโรงเรียนกันทรลักษ์วิทยา เพื่อดำเนินงานตามปณิธานของตนเอง ดังนี้
1. ริเริ่มก่อตั้งการศึกษาระบบบุญนิยมที่ชุมชนวัฒนธรรมศีรษะอโศก จังหวัดศรีสะเกษ โดยก่อตั้งโรงเรียนสัมมาสิกขาศีรษะอโศก
โรงเรียนสัมมนาอาชีวะสิกขาศีรษะอโศก และศูนย์การเรียนรู้ชุมชน 10 ศูนย์
2. ปฏิบัติและเผยแพร่แนวคิดในเรื่องของการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (การจัดสมดุลสิ่งแวดล้อม) ด้วยการปรับปรุงดิน
การไม่ใช้สารเคมี การใช้ปุ๋ยชีวภาพ น้ำหมักชีวภาพ การแปรรูปอาหารจากผักและผลไม้ จนประสบผลสำเร็จ เกิดเครือข่ายที่เป็น
คุณประโยชน์ต่อชีวิต สุขภาพมนุษย์ สัตว์และสิ่งแวดล้อม
เกียรติคุณที่ได้รับ
การที่นางสาวขวัญดิน สิงห์คำ ได้นำความรู้ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ตนได้ศึกษา ค้นคว้า ค้นพบ ฝึกฝน
จนประสบความสำเร็จ แล้วนำไปเผยแพร่ สอน อบรม ถ่ายทอดให้ผู้อื่นได้เรียนรู้และนำไปปฏิบัติจนประสบความสำเร็จ เป็นประโยชน์
โดยรวมแก่สังคม จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติจากสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ให้เป็นครูภูมิปัญญาไทย
รุ่นที่ 3 ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประจำปีพุทธศักราช 2546
ร้อยตำรวจตรีวิชัย สุริยุทธ
ร.ต.ต.วิชัย สุริยุทธ เกิดเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2489 อาชีพรับราชการตำรวจ
สถานที่ทำงาน
สถานีตำรวจภูธรอำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ
ผลงาน-ความสามารถ
ร.ต.ต.วิชัย สุริยุทธ เป็นนักพัฒนาตัวอย่าง เป็นผู้นำการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมที่เผยแพร่ชื่อเสียงของจังหวัด
ศรีสะเกษ มีปณิธาน ในการปฏิบัติงานว่า จะต้องพัฒนาพื้นที่ของอำเภอปรางค์กู่ ให้ราษฎรที่ประกอบอาชีพทำนามีฐานะความเป็นอยู่
ที่ดีขึ้นให้ได้ เพราะมีข้อมูลจากกระทรวงมหาดไทย ว่า อำเภอปรางค์กู่เป็นอำเภอที่ยากจนที่สุดของจังหวัดศรีสะเกษ และจังหวัด
ศรีสะเกษ เป็นจังหวัดที่ยากจนที่สุดในประเทศไทย
ร.ต.ต.วิชัย สุริยุทธ ได้ปฏิบัติงานโดยมุ่งเน้นในเรื่องปัจจัย 4 ให้เป็นรูปธรรมด้วยการรณรงค์ปลูกต้นไม้ เพราะสภาพพื้นที่ของ
อำเภอปรางค์กู่นั้นเป็นทุ่งนา ต้นไม้ที่รณรงค์ให้ปลูกเป็นต้นไม้ที่โตเร็ว กินได้ ลำต้นใช้ปลูกบ้านเรือนเพื่ออยู่อาศัยหรือสามารถนำ
ไปใช้ประโยชน์อื่น ๆ ได้ เป็นสมุนไพรด้วย เช่น ปลูกยางนา ต้นตาล ต้นคูณ ต้นขี้เหล็ก ต้นทิ้งท่อน เป็นต้น โดยรณรงค์ ให้ช่วยกัน
ปลูกและลงมือปลูกเองมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531 จนถึงปัจจุบัน
นอกจากนี้ยังรณรงค์ให้ชาวบ้านเปลี่ยนจากการทำนาปีมาเป็นการทำไร่นาสวนผสมอีกด้วย เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2543 อำเภอ
ปรางค์กู่จัดให้มีการอบรมชาวบ้าน ทั้ง 10 ตำบล ร.ต.ต.วิชัย สุริยุทธ จึงได้สอบถามประชามติผู้เข้าอบรมทั้งหมดว่า หากกำหนดให้
คำขวัญ ของอำเภอปรางค์กู่มีข้อความว่า ปรางค์กู่อยู่ในป่ายาง กลางดงตาล บานสะพรั่งดอกคูณ บริบูรณ์ไร่นาสวนผสม จะยอมรับ
หรือไม่ ผู้เข้าอบรมต่างตกลงร่วมใจกันมีมติให้ใช้คำขวัญนี้ อำเภอปรางค์กู่จึงมีคำขวัญประจำอำเภอดังกล่าวและใช้มาจนถึงปัจจุบัน
ร.ต.ต.วิชัย สุริยุทธ ได้ปลูกต้นไม้ และมีการรณรงค์ทุกรูปแบบเพื่อทำกิจกรรมร่วมกับชาวบ้าน ด้วยความวิริยะ อุตสาหะมา
โดยตลอด จนเป็นที่ยอมรับของชาวอำเภอปรางค์กู่และสังคมทั่วไป ได้รับรางวัลเกียรติคุณมากมาย