แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม
สถานที่ท่องเที่ยว
รายละเอียด
ปราสาทปรางค์กู่
     ตั้งอยู่ที่บ้านกู่ ตำบลกู่ อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ อยู่ห่างตัวอำเภอประมาณ ๕ กิโลเมตร ปราสาท
ปรางค์กู่สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖ สมัยที่ขอมเรืองอำนาจในระยะเวลาที่ใกล้เคียงกับการสร้าง
ปราสาทหินเขาพระวิหาร ปราสาทศีขรภูมิ และปราสาทสระกำแพงใหญ่ เพื่อเป็นเทวสถานในศาสนาพราหมณ์
ปราสาทปรางค์กู่มีลักษณะเป็นปรางค์ ๓ องค์ สร้างเป็นแนวจากเหนือไปใต้ อยู่บนฐานเนินดินขนาดใหญ่
ก่อด้วยอิฐ และอิฐปนศิลาแลง ปรางค์แต่ละองค์มีประตูเข้าได้เฉพาะทิศตะวันออกอีก ๓ ทิศ เป็นประตูหลอก
ปราสาทปรางคู์กู่เป็นศาสนสถานสมัยขอมที่เก่าแก่มากมีอายุนับพันปีมาแล้ว ด้านหน้าปรางค์มีสระน้ำ
ขนาดใหญ่เป็นที่พักอาศัยของนกเป็ดน้ำซึ่งมาอาศัยในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ที่มีขนาดใหญ่และสูงมาก
ปราสาทบ้านสมอ (ทามจาน)
     ตั้งอยู่บ้านทามจาน ตำบลสมอ อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ อยู่ห่างจากตัวอำเภอ ๓กิโลเมตร
สร้างในราวปลายพุทธศตวรรษที่ ๑๘ หลังรัชสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ แห่งอาณาจักรนครธม ซึ่งเป็นยุคที่
ขอมเสื่อมอำนาจและอิทธิพลทางการเมือง ปราสาทบ้านสมอเป็นปราสาทเดี่ยวสร้างด้วยศิลาแลงรูป
สี่เหลี่ยมย่อมุม มีประตูทางเข้าทิศตะวันออก ส่วนอีก ๓ ด้านเป็นประตูหลอกเสากรอบประตูทำด้วยศิลาทราย
ทับหลังสลักลวดลายเป็นรูปเทพ เข้าใจว่าเป็นรูปวัชรธรในศาสนาพุทธลัทธิมหายาน มีกำแพงศิลาแลงและ
โคปุระทางทิศตะวันออก มีลักษณะเป็นอโรคยาศาล ภายนอกกำแพงมีสระโบราณ
วัดศรีบึงบูรพ์
     ตั้งอยู่ที่บ้านโนนสาวสวย หมู่ที่ ๔ ตำบลบึงบูรพ์ อำเภอบึงบูรพ์ จังหวัดศรีสะเกษ การเดินทางเริ่มจาก
ตัวจังหวัดด้วยเส้นทางศรีสะเกษ-บึงบูรพ์ ระยะทางจากจังหวัดประมาณ ๒๐ กิโลเมตร และเดินทางจาก
อำเภอถึงวัดศรีบึงบูรพ์ระยะทางประมาณ ๓ กิโลเมตร สภาพเส้นทางเป็นถนนลาดยางตลอดสาย
     วัดศรีบึงบูรพ์ ตั้งอยู่ริมลำน้ำห้วยทับทัน เป็นสถานที่ที่มีบรรยากาศสวยงามตามธรรมชาติ เป็นสถานที่
บำเพ็ญเพียรภาวนาของพระสงฆ์ที่มีประชาชนศรัทธา เลื่อมใส นั่นคือ พระอาจารย์ศรี จันทร์สาโร ซึ่งมีดำริ
ที่จะสร้างพุทธสถานและเทวสถานในวัดศรีบึงบูรพ์ ให้เป็นพุทธสถานมรดกอีสานใต้ นอกจากนี้ วัดศรีบึงบูรพ์
ยังเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธชินราชจำลององค์ที่ ๒ ของประเทศไทย บรรยากาศภายในวัด สวยงาม
เป็นที่ตั้งของศาลเจ้าพ่ออุปราช เทวดาตามความเชื่อของชาวบึงบูรพ์ มีศาลาเรือนแก้ว พระอุโบสถที่งดงาม
ตระการตา ระหว่างพระอุโบสถกับศาลาเรือนแก้วที่สวยงามมีเฮือส่วง (เรือแข่ง) ที่พระอาจารย์ศรี จันทสาโร
ได้มาจากอำเภอบ้านโป่ง เพื่อเป็นปรัชญาสอนให้คนบึงบูรพ์รักและสามัคคีกัน
กู่สมบูรณ์
  ตั้งอยู่ที่บ้านหนองคู ตำบลเป๊าะ อำเภอบึงบูรพ์ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นปรางค์ ๓ องค์ เรียงกันตามแนวทิศ
เหนือ-ใต้ อยู่บนฐานศิลาแลงเดียวกัน หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ปรางค์ประธานองค์กลางก่อศิลาแลง
หุ้มด้วยอิฐเป็นเปลือกนอก มีมุขยื่นไปทางตะวันออก สภาพปัจจุบันเหลือเพียงส่วนเรือนธาตุ ส่วนยอดและ
มณฑปด้านหน้าพังทลายลงหมด พบชิ้นส่วนกลีบขนุนและยอดปรางค์สลักด้วยศิลาทรายที่มุมด้าน
ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ประตูทางเข้าด้านทิศตะวันออกมีทับหลังภาพสลักทับหลังแบ่งภาพเป็น ๒ แนว
สลักเป็นรูปบุคคลและสิงห์แบกภายในปรางค์มีแท่นฐานรูปเคารพศิลาทรายรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสตั้งอยู่ ๑ แท่น
เป็นโบราณสถานที่ไม่พบจารึก แต่จากการพิจารณาลักษณะศิลปกรรมการก่อสร้าง เป็นศิลปะเขมรแบบปาปวน
สร้างขึ้นราวปลายพุทธศตวรรษที่ ๑๗

ปราสาทหลุมพุก (ตาเล็ง)
     ตั้งอยู่ที่บ้านปราสาท ตำบลกันทรารมย์ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นปราสาทขนาดเล็กหลังเดียว
ที่มีลวดลายแกะสลักและสภาพแวดล้อมสวยงามมากแห่งหนึ่ง เป็นปราสาทที่ก่อด้วย หินทรายและอิฐ
บนฐานศิลาแลง หันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุม สภาพปัจจุบันส่วนยอดได
้ 
หักพังลงมาหมดแล้ว เหลือเรือนธาตุที่ก่อด้วยหินทรายอยู่บางส่วนเฉพาะด้านทิศตะวันออก อีก ๓
ด้านก่อเป็นผนังทึบทำเป็นประตูหลอก ปราสาทแห่งนี้ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖–๑๗

ปราสาทกุด (ปราสาทวัดโพธิ์พฤกษ์)
     ตั้งอยู่ในเขตวัดโพธิ์พฤกษ์ บ้านเจ๊ก ตำบลห้วยเหนือ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นโบราณสถาน
ก่อด้วยอิฐ ปัจจุบันอยู่ในสภาพพังทลายกลายเป็นเนินโบราณสถาน มีลักษณะเป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส
บนเนินดินใหญ่ ผนังแต่ละด้านจะก่ออิฐเป็นช่องคล้ายประตู แต่ก่ออิฐทึบทั้งหมด ส่วนยอดหักพังลงมา
จนถึงเรือนธาตุ โบราณสถานแห่งนี้สันนิษฐานว่าคงสร้างขึ้นสมัยอยุธยาตอนปลายหรือราวพุทธศตวรรษ
ที่ ๒๓–๒๔
ธาตุบ้านเมืองจันทร์
     ตั้งอยู่ในเขตวัดบ้านเมืองจันทร์ บ้านเมืองจันทร์ ตำบลเมืองจันทร์ อำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ
ซึ่งบ้านเมืองจันทร์เป็นชุมชนโบราณที่มีลักษณะเนินดินรูปวงกลม มีคูน้ำคันดินล้อมรอบ ๑ ชั้น ธาตุบ้าน
เมืองจันทร์อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของโบสถ์หลังใหม่ ผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อเก็จ ลักษณะรูปทรง
คล้ายธาตุลาว อาจดัดแปลงมาจากปรางค์ขอมก่ออิฐ สอดินเหนียวฉาบปูน ซึ่งไม่ใช่ลักษณะของการก่ออิฐ
แบบเขมร ตัวเรือนธาตุทึบ มีซุ้มจรนำทั้ง ๔ ด้าน ซุ้มจรนำทั้ง ๔ ด้านก่อปิดทึบ บัวหัวเสาประตูซุ้มจรนำ
สลักเป็นลายบัวคว่ำบัวหงาย ส่วนหลังคาก่อด้วยอิฐทึบชั้นไปเป็นชั้นๆ คล้ายส่วนเรือนธาตุแต่ลดหลั่น
ขึ้นไปจนถึงยอด ยอดเป็นยอดแหลมคล้ายเจดีย์โบกปูน ไม่สามารถกำหนดอายุได้อย่างชัดเจน
ปราสาทบ้านปราสาท
     ตั้งอยู่ในเขตวัดบ้านปราสาท ตำบลปราสาท อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ ปรางค์ก่อด้วยอิฐสามหลัง
เรียงกันตามแนวเหนือ-ใต้ ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงเดียวกัน หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ปัจจุบันมีลักษณะ
ผิดแปลกไปจากปรางค์ขอม เนื่องจากมีการดัดแปลงให้เป็นธาตุเจดีย์ในสมัยหลัง ปรางค์องค์กลางยังคงสภาพ
สถาปัตยกรรมขอมเฉพาะส่วนที่เป็นประตูทางเข้า คือ มีทับหลังหินทรายตั้งอยู่บนกรอบประตู ทับหลังดังกล่าว
จำหลักเป็นภาพหน้ากาลหรือเกียรติมุข ภาพเหนือเกียรติมุขภาพลบเลือน ด้านข้างทั้งสองของทับหลังเป็นภาพ
บุคคลยืนแยกเข่าอยู่ภายในซุ้ม
     ปรางค์ด้านข้างอีกสององค์ ถูกดัดแปลงโดยการก่ออิฐปิดประตูทึบทั้งสี่ด้าน แล้วทำพระพุทธรูปปูนปั้นไว้
ด้านหน้า ส่วนยอดถูกดัดแปลงเช่นเดียวกัน คงทิ้งชิ้นส่วนทับหลังศิลาทรายตกกระจัดกระจาย ส่วนกำแพง
ก่อด้วยศิลาแลงล้อมทั้งสี่ด้าน มีโคปุระอยู่ทางทิศใต้และทิศตะวันออกเท่านั้น โบราณสถานแห่งนี้สันนิษฐานว่า
คงสร้างราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖-๑๗ ศิลปะแบบบาปวน สร้างต่อเติมในสมัยอยุธยาตอนปลายตามลักษณะที่เห็น
ในปัจจุบัน ด้วยอิทธิพลวัฒนธรรมล้านช้าง สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่เก็บกระดูกของผู้ครองเมือง
ชาวบ้านเรียกว่า "ธาตุ" บ้านที่ตั้งปราสาทชาวบ้านเรียกว่า บ้านโนนธาตุอพยพมาประมาณพุทธศตวรรษที่
๑๙-๒๒



หน้าแรก