แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม
สถานที่ท่องเที่ยว
รายละเอียด
อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร
     อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ตั้งอยู่บนเทือกเขาพนมดงแรก ในเขตประเทศไทย บริเวณที่ตัดกับ
ผามออีแดง ทางขึ้นเขาพระวิหาร ปราสาทเขาพระวิหารหันหน้ามายังด้านที่ติดกับประเทศไทย ดังนั้น
การเข้าชมเขาพระวิหารทางบกจึงต้องใช้เส้นทางที่ผ่านผามออีแดงของประเทศไทยเท่านั้น
     ปราสาทเขาพระวิหาร เป็นเทวะสถานที่มีขนาดใหญ่ ความยาวประมาณ ๙๐๐ เมตร ประกอบด้วย
ปราสาท ๔ หลัง แต่ละหลังตั้งอยู่บนแนวเขาที่สูงลดหลั่นกันขึ้นไป ๔ ชั้น จากหลักฐานที่ปรากฎในจากรึก
แสดงว่าเขาพระวิหารแห่งนี้เป็นเทวะสถานสร้างขึ้นในระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๕ และต่อมาพุทธศตวรรษ
ที่ ๑๖-๑๗ ได้มีการสร้างเสริมเพิ่มเติมในรัชกาลพระเจ้าสุริยวรมันที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้ให้บันทึกคำประกาศไว้บน
แผ่นศิลาจารึก ปัจจุบันปราสาทเขาพระวิหารได้เปลี่ยนไปอยู่ภายใต้การปกครองดูแลของประเทศกัมพูชา
จนถึงปัจจุบัน
ปราสาทโดนตวล
     ตั้งอยู่บริเวณเทือกเขาพนมดงเร็ก ทิศตะวันออกเฉียงใต้ของบ้านภูมิซรอล ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์
จังหวัดศรีสะเกษ ติดกับชายแดนไทย – กัมพูชา สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖ ลักษณะ
ทางสถาปัตยกรรม เป็นปรางค์เดี่ยว ผังสี่เหลี่ยม จตุรัสย่อมุมทั้ง ๔ ด้าน หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ปรางค์
ก่อด้วยอิฐและศิลาแลง โดยจากฐานถึงผนังเรือนธาตุก่อด้วยศิลาแลง จากนั้นก่อด้วยอิฐจนถึงยอดปรางค์
ทางเข้าปราสาทมีมุขยื่นออกมาผนังของมุขเป็นอิฐ หลังคาสันนิษฐานว่าจะเป็นเครื่องไม้มุงกระเบื้อง สังเกต
จากการเซาะร่องรูปโครงสร้างหลังคาและขอบกระเบื้องถัดจากประตูทางเข้าปราสาท มีเสาหินทราย ๔ ต้น
สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นซุ้มโคปุระ แต่ไม่ปรากฎกรอบประตูพบเพียงหินทราย ลักษณะเป็นธรณีประตูวางอยู่
ระหว่างเสา ด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของปรางค์ มีหินทรายเรียงต่อกัน เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้างยาว
ประมาณ ๓x๕ เมตร สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นบรรณาลัย ถัดจาก ตัวปราสาทโดนตวลไปทางทิศตะวันออก
ประมาณ ๕๐ เมตร มีสระน้ำซึ่งมีลักษณะเป็นคันดินที่มีน้ำขังอยู่ และยังพบร่องรอยของการตัดหินทราย
ที่เชื่อว่าน่าจะนำหินทราย จากบริเวณนี้ ไปใช้ในการสร้างปราสาทด้วย
 

วัดกุดเมืองฮาม
     ตั้งอยู่ที่บ้านกุดเมืองฮาม หมู่ที่ 5 ตำบลกุดเมืองฮาม อำเภอยางชุมน้อย จังหวัดศรีสะเกษ การเดินทาง
เริ่มจากตัวจังหวัดศรีสะเกษ เดินทางโดยรถยนต์ เส้นทาง ศรีสะเกษ-ราษีไศล ถึงบ้านแก้ง เลี้ยวขวา
ประมาณ 2 กิโลเมตร มาถึงสถานที่ท่องเที่ยว ถ้าออกจากตัวอำเภอตามเส้นทางทิศตะวันออก 10 กิโลเมตร
เลี้ยวบ้านคอมกาม มาบ้านยางเครือ-โนนแดงจากบ้านโนนแดง มายังวัดกุดเมืองฮาม ประมาณ 3 กิโลเมตร
ประวัติความเป็นมา  ในสมัยโบราณบ้านกุดเมืองฮามเคยเป็นที่ตั้งของเมืองเก่า ต่อมาเมื่อประสบกับปัญหา
ความแห้งแล้ง ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล จึงย้ายไพร่พลทิ้งเมืองให้ร้าง ต่อมาพระครูประดิษฐ์ วรากรเจ้าอาวาส
ได้เห็นความสำคัญจึงได้มีการบูรณะขึ้นเพื่อใช้ประกอบศาสนกิจของพระสงฆ์ในวัด ความสวยงามนั้นก็เป็นที่
ประทับใจแก่ผู้สัญจรไปมา และผู้มาพักผ่อน
     ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่เหมาะสม คือช่วงเดือนกันยายน-พฤศจิกายน เพราะเป็นฤดูน้ำหลาก และเป็น
ช่วงเทศกาลลอยกระทง และมีการแข่งเรือด้วย

วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว(วัดล้านขวด)
     วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ตำบลโนนสูง อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ  การเดินทางจาก
จังหวัดศรีสะเกษไปจนถึงอำเภอขุนหาญสามารถใช้เส้นทางหลวงหมายเลข ๒๑๑ และ ๒๑๑๑ ผ่านอำเภอพยุห์
ไพรบึง ไปขุนหาญ ระยะทาง ๖๑ กิโลเมตร  อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอ ประมาณ ๕๐๐ เมตร
     วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2533 โดยพระอธิการบุญรอด ถิรคุโน  เป็นสถาปัตยกรรมใหม่ที่นำ
ขวดแก้วนับล้านๆ ใบมาใช้เป็นองค์ประกอบในการก่อสร้าง ไม่ว่าซุ้มประตู ศาลาการเปรียญ และมหาเจดีย์
ล้วนกรุและประดับประดาด้วยขวดแก้ว หลากสีดูวิจิตรงดงามยิ่ง เนื่องจากวัดประดับประดาด้วยขวดแก้ว
 ชาวบ้านจึงนิยมเรียก วัดนี้ว่า "วัดล้านขวด"

วัดสำโรงเกียรติ
     วัดสำโรงเกียรติ  ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ตำบลบักดอง  อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นวัดที่เก่าแก่
วัดหนึ่งในจังหวัดศรีสะเกษ สันนิษฐานว่าคงจะสร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น
     วัดสำโรงเกียรติ เป็นวัดที่ประดิษฐาน "หลวงพ่อตาตน" ซึ่งสร้างด้วยเกษรดอกไม้ ขนาดหน้าตัก ๔ นิ้ว
สูง ๕ นิ้ว ปางมารวิชัย
     พระพุทธรูปตาตนหรือ "หลวงพ่อตาตน" เป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์อีกองค์หนึ่งของจังหวัดศรีสะเกษ

ปราสาทตำหนักไทร
     ปราสาทตำหนักไทรตั้งอยู่บ้านตำหนักไทร ตำบลบักดอง อำเภอขุนหาญ ห่างจากอำเภอขุนหาญประมาณ
๑๔ กิโลเมตร ปราสาทตำหนักไทรเป็นปรางค์เดียวรูปสี่เหลี่ยมย่อมุมหันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีประตู
เข้าทางทิศตะวันออก ตัวปรางค์ก่อด้วยอิฐ กรอบประตูและศิลาทับหลังก่อด้วยหินทราย อยู่เหนือประตู
ทางเข้าสลักเป็นรูปพระนารายณ์สี่กรบรรทมสินธุ์ เหนือพญาอนันตนาคราชเจ็ดเศียร ซึ่งกำลังแผ่พังพาน
 ปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพิมาย จังหวัดนครราชสีมา

ปราสาทภูฝ้าย
     ปราสาทภูฝ้าย ตั้งอยู่บนภูเขาฝ้าย อำเภอขุนหาญ สภาพปัจจุบันยังคงเหลือเพียงกองเศษอิฐศิลาแลงเท่านั้น
ส่วนทับหลังรูปนารายณ์บรรทมสินธุ์อยู่ที่วัดบ้านพราน แต่เดิมนั้นปราสาทภูฝ้ายเป็นปราสาทขอมแห่งหนึ่ง
สร้างด้วยอิฐฐานศิลาแลง กรอบประตูทำด้วยหินทราย ทางด้านทิศใต้ของปราสาทภูฝ้ายมีสระน้ำโบราณ
คงสร้างขึ้นมาพร้อมกับปราสาท ปราสาทภูฝ้ายห่างจากอำเภอขุนหาญไปบ้านพราน ๑๔ กิโลเมตร เดินเท้าขึ้นภู
ประมาณ ๕๐๐ เมตร

ปราสาทเยอ
     ตั้งอยู่ที่บริเวณวัดปราสาทเยอเหนือ ตำบลปราสาท อำเภอไพรบึง ห่างจากตัวอำเภอ ๑ กิโลเมตร 
สันนิษฐานว่า คงสร้างในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖-๑๗ ประมาณ พ.ศ. ๑๕๕๐-๑๖๕๐ ปัจจุบันไม่มีรูปร่างปราสาท
เป็นเพียงเนินดินที่มีซากอิฐ หินแลง ทับถมกันเป็นกองสูงอยู่เนินศิลาแลง มองเห็นประตูทางเข้าเป็นช่อง
แคบๆ  หันหน้าไปทาง ทิศตะวันออกรอบประตูและศิลาทับหลัง ทำด้วยหินทรายสลักเป็นรูปพระอินทร์
ทรงช้างเอราวัณ  กับสลักเป็นรูปเทวดาประทับเหนือเศียรเกียรติมุข น่าจะเป็นปรางค์เดี่ยวที่มีขนาดใหญ่
และสูงมาก
ปราสาทจังเกา
     ตั้งอยู่ที่บ้านจังเกา ตำบลดินแดง อำเภอไพรบึง สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อพุทธศตวรรษที่ 17 ปราสาทจังเกา
มีลักษณะเป็นปรางค์เดี่ยว มียอดเป็นรูปทรงกลมแหลม ปราสาทได้ปรักหักพังลงแล้ว
พระพุทธเจดีย์ไพรบึง
     ตั้งอยู่ที่บ้านไพรบึง ตำบลไพรบึง อำเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษ อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอไพรบึงไปทาง
ทิศเหนือ ๑.๕  กิโลเมตร เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ลักษณะขององค์พระเจดีย์คล้ายพุทธคยา
แห่งประเทศอินเดีย ชาวไพรบึงจะจัดงานฉลองสมโภชขึ้นทุกปี ระหว่างวันที่ ๒๒-๒๔ กุมภาพันธ์
 



หน้าแรก