บุคคลสำคัญทางวัฒนธรรม

     จังหวัดศรีสะเกษเป็นจังหวัดที่มีความหลากล้วนทางวัฒนธรรม เนื่องจากมีประชากรอยู่ ๔ เผ่า คือ ลาว เขมร ส่วย เยอ จึงมีขนบธรรมเนียมประเพณี 
การปฏิบัติที่หลากหลาย ตั้งแต่การดำรงชีวิตประะจำวัน การประกอบศาสนพิธี ขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามบางอย่างค่อยๆ สูญหายไป เนื่องจากการ
รับเอาวัฒนธรรมทางภาคกลาง และโลกตะวันตก เข้ามาแทนที่ แต่อย่างไรก็ตามยังมีความพยายามอนุรักษ์และฟื้นฟูวัฒนธรรมอันดีงามไว้บุคคลสำคัญ
ที่ควรค่าแก่การยกย่อง มีดังนี้



นายบุญชง  วีสมหมาย
     นายบุญชง  วีสงหมาย  เกิดเมื่อวันที่ ๑๓ มีนาคม พ.ศ.๒๔๗๔ อยู่บ้านเลขที่ ๙๙๙/๗ ตำบลเมืองใต้ อำเภอเมือง 
จังหวัดศรีสะเกษ อาชีพนักการเมือง การศึกษาระดับปริญญาตรี มีความรู้ ความสามารถเกี่ยวกับการเมือง เศรษฐกิจ
และสังคม อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรีสมัยพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกรัฐมนตรี  นายบุญชง วีสมหมาย
เป็นอดีตวุฒิสมาชิก เป็น ส.ส.ศรีสะเกษ  และนายกสมาคมกีฬาจังหวัดศรีสะเกษ เสียชีวิตแล้วเมื่อวันที่ ๑๙ เมษายน
พ.ศ.๒๕๔๖












ร้อยโท ดร.กุเทพ ใสกระจ่าง

     ร้อยโท ดร.กุเทพ ใสกระจ่าง เป็นชาวจังหวัดศรีสะเกษ ผู้มีความอุตสาหะพยายามในการศึกษา จากลูกชาวนา ได้อาศัย
ร่มกาสาวพัสตร์บวชเรียน จนกระทั่งสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท M.A. จากต่างประเทศ ปริญญาเอกจากสถาบันบัณฑิต-
พัฒนบริหารศาสตร์ เข้ารับราชการเป็นนายทหารการข่าว และข้าราชการ กรมประชาสัมพันธ์ ผู้ประกาศสถานีวิทยุโทรทัศน์
N H K ประเทศญี่ปุ่น สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 ต่อมา ได้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้เป็นสมาชิก
สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๓๕ และวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๓๙ นับเป็นผู้มีบทบาทในการอภิปราย
ในสภาผู้แทนราษฎร และใช้ภาษาไทยได้ถูกต้องในด้านการออกเสียง รวมทั้งมีบทบาทในการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย
โดยการใช้หมอลำในการปราศรัยหาเสียงหรือการไปร่วมงานประเพณีท้องถิ่น จะขึ้นร้องลำเพลงหมอลำที่แสดงออกถึง
เอกลัษณ์ของจังหวัดศรีสะเกษทุกครั้ง







 
    
     
 
ดร.นันทสาร  สีสลับ
      ดร.นันทสาร  สีสลับ อายุ ๖๓ ปี เกิดที่บ้านเลขที่ ๑๐ หมู่ที่ ๖ บ้านโนนค้อ ตำบลอีหล่ำ อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัด
ศรีสะเกษ ปัจจุบันเป็นข้าราชการ บำนาญ การศึกษาสูงสุดระดับปริญญาเอก (Ed.D.) มีความรู้ ความสามารถหรือ
ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา และวัฒนธรรม ปัจจุบันเป็นประธานองค์การ CIOFF ประเทศไทยในระดับ
นานาชาติ มีผลงานดีเด่นที่เป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติและท้องถิ่น คือ มีผลงานในระดับท้องถิ่น ระดับประเทศ
และระดับนานาชาติ ได้แก่ เป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิพัฒนาวัด และหมู่บ้านโนนเปือย-โนนค้อ เมื่อ ปี พ.ศ. ๒๕๒๖ ก่อตั้ง
มูลนิธิคุณแม่บุปผา ไผทฉันท์ เพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชน ปี ๒๕๒๙ สนับสนุนจัดตั้งโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนก
สามัญ ณ วัดสระกำแพงใหญ่ เพื่อเปิดโอกาสให้ พระภิกษ- สามเณร ได้ศึกษา ทั้งทางโลกและทางธรรม ก่อตั้งมูลนิธิ 
พระเทพวรมุนี (เสน ปัญญาวชิโร) วัดมหาพุทธาราม ปี ๒๕๓๘ สนับสนุนการจัดตั้งสภาวัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ
และขยายครบทุกอำเภอ ในระดับชาติเป็นเลขานุการ และผู้ดำเนินการโครงการจัดหาพระพุทธรูป ประจำสถานศึกษา
ของกระทรวงศึกษาธิการ เลขานุการและผู้ดำเนินการ ปีรณรงค์และสืบสานวัฒนธรรมไทย ปี ๒๕๓๗-๒๕๔๐ ริเริ่ม
การกระจายอำนาจการดำเนินงานวัฒนธรรมสู่ท้องถิ่นในรูปสภาวัฒนธรรม ตั้งแต่ปี ๒๕๓๗ ในระดับนานาชาติ
เป็นผู้แทนประเทศไทย ในความร่วมมือทางด้านการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมกับต่างประเทศ เลขาธิการ
องค์การส่งเสริมวัฒนธรรมพื้นบ้านภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิค (CIOFF-Asia) เลขาธิการกิตติมศักดิ์องค์การ พุทธศาสนิกสัมพันธ์ แห่งโลก (พ.ส.ส.)
ซึ่งมีสมาชิก ๑๓๕ ศูนย์ภาคี ใน ๓๗ ประเทศทั่วโลก








นายสามศร  ณ  เมืองศรี
     นายสามศร  ณ  เมืองศรี  เป็นชาวศรีสะเกษโดยกำเนิด ถึงแก่กรรมแล้ว เป็นผู้บุกเบิกการร้องเพลงในรุ่นแรกของศรีสะเกษ โดยการอัดแผ่นเสียง
ของตนเอง ด้วยเพลงที่มีชื่อเสียงหลายเพลง ซึ่งควรมีการรื้อฟื้นนำมาขับร้องใหม่






     
นางฉันทนา กิตติพันธ์
      นางฉันทนา  กิตติพันธ์   เคยมีภูมิลำเนาและเรียนหนังสือที่จังหวัดศรีสะเกษ ในวัยเด็กเป็นนักร้อง นักแสดง
เพลงที่มีชื่อเสียง คือเพลงข้าวนอกนา ต่อมาเป็นนักแสดงในละครโทรทัศน์ และเป็นผู้จัดรายการ โดยมีบุตรสาว
เป็นนักร้องที่มีชื่อเสียงด้วย คือ นางสาวเสาวลักษณ์ ลีลาบุตร หรือ แอม























นกน้อย อุไรพร

      นกน้อย  อุไรพร เดิมชื่อ อุไร  สีหะวงษ์  เกิดเมื่อวันที่ ๑๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๐๐ ที่บ้านจอม  ตำบลบึงบอน อำเภอยางชุมน้อย จังหวัดศรีสะเกษ

ผลงาน-ความสามารถ
  เป็นเจ้าของวงดนตรเสียงอีสาน  ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นวงดนตรีหมอลำลูกทุ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไทย ต่อเนื่องยาวนานหลายปี ดนตรี
วงนี้นำการแสดงและบริหารงานโดยนกน้อย  อุไรพร หรือ อุไร  สีหะวงษ์ ซึ่งเป็นชาวจังหวัดศรีสะเกษที่ต่อสู้ชีวิตด้วยความมานะบากบั่นจนประสบ
ความสำเร็จอย่างสูงยิ่ง แม้การแสดงบนเวทีการอัดแผ่นเสียง บันทึกเสียงหรือบันทึกการแสดง ได้รับความชื่นชมจากทุกภูมิภาคเกิดจากผู้หญิงตัวเล็กๆ
ที่มีจิตใจเด็ดเดี่ยวและมุ่งมั่น ได้สร้างนักร้องประจำวงที่มีชื่อเสียงจำนวนมาก เช่น ลูกแพร อุไรพร ไหมไทย อุไรพร  ปอยฝ้าย  มาลัยพร ๔ ดาวรุ่ง 
ลุงยง ยายแหลม
     นกน้อย  อุไรพร  เป็นคนกตัญญู  ทุกปีจะบริจาคเงินเพื่อสาธารณประโยชน์ และกลับมาทำบุญที่บ้านไม่เคยขาด เช่น สร้างศาลาหลวงพ่อโต
วัดจอมพระ บริจาคเพื่อการศึกษา สาธารณสุข และอื่นๆ อยู่เป็นประจำ นับว่าเป็นบุคคลสำคัญที่ชาวศรีสะเกษควรภาคภูมิใจ
เกียรติคุณที่ได้รับ   ได้รับพระราชทานเข็มกลัดทองคำจากพระหัตถ์ของพระองค์เจ้าเฉลิมพลฑิฆัมพร  ในผลงานเพลง "ภาพถ่ายวิญญาณรัก"




นายยิ่งยง ยอดบัวงาม

      ยิ่งยง  ยอดบัวงาม  เดิมชื่อ นายประยงค์  บัวงาม เกิดเมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๐๕ ที่บ้านโคกโพน หมู่ที่ ๑ ตำบลกันทรารมย์ อำเภอขุขันธ์ 
จังหวัดศรีสะเกษ
ผลงาน-ความสามารถ  เป็นผู้ที่มีความสามารถด้านการร้องเพลงและการแสดง  เข้าอยู่ในวงการเพลงลูกทุ่งเป็นเวลานานถึง ๒๔ ปีแล้ว 
เพลงที่สร้าง ชื่อเสียงคือ สมศรี ๑๙๙๒  และมีผลงานที่สำคัญสร้างชื่อเสียงมากมาย ทั้งงานเพลง งานละคร และภาพยนตร์







สุดา  ศรีลำดวน
     สุดา  ศรีลำดวน   เป็นชาวบ้านโนนดู่  ตำบลหนองไฮ  อำเภอเมือง  จังหวัดศรีสะเกษ 
ผลงาน-ความสามารถ  สุดา  ศรีลำดวน  มีความสามารถในการร้องเพลงมาตั้งแต่เด็กๆ เพราะความยากจน จึงไม่ได้เรียนต่อ เมื่อจบชั้น ประถมศึกษา
ปีที่ ๖ จึงต้องไปทำงานรับจ้างที่กรุงเทพฯ เป็นคนสู้ชีวิต อดทน มุ่งมั่น และมีความกตัญญูต่อสู้ชีวิตจนได้ดี
     สุดา  ศรีลำดวน  เป็นนักร้องมีผลงานเพลงมากมาย เช่น ชุดน้าเขย ชุดหล่อคักคัก ชุดน้องเมีย เป็นต้น นอกจากนี้ยังเป็นนักแสดงด้วยเช่น
แสดงภาพยนตร์เรื่อง ผาแดงนางไอ่  ก่องข้าวน้อยฆ่าแม่ เมื่อพอมีฐานะมั่นคง  จึงได้เปิดร้านคาราโอเกะเล็กๆ แถวหนองแขม ฝั่งธนบุรีขายอาหารอีสาน
ให้แก่พี่น้องชาวอีสานลูกค้าทั่วไป 
    สุดา  ศรีลำดวน  มีความภาคภูมิใจในความเป็นชาวศรีสะเกษที่ต่อสู้ชีวิตด้วยความมุมานะ บากบั่น  ซื่อสัตย์ และอดทน  จนก้าวพ้นปัญหาได้


.


กลับหน้าแรก
ถัดไป