ด้านศิลปกรรม
พระครูวิเวกธรรมาจารย์ (หลวงปู่รอด ถิรคุณโณ)
พระครูวิเวกธรรมาจารย์ หรือหลวงปู่รอด ถิรคุณโณ เจ้าอาวาสวัดป่ามหาเจดีย์แก้ว (วัดล้านขวด) เกิดเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๗
ที่อยู่ปัจจุบัน
วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว (วัดล้านขวด) เลขที่ ๕๕ หมู่ที่ ๒ ตำบลโนนสูง อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ
ผลงาน-ความสามารถ
พระครูวิเวกธรรมาจารย์ เป็นพระที่มีความสามารถทางศิลปะ ได้นำเอาขวดเครื่องดื่มทุกชนิดมาประดับตกแต่งโบสถ์ ฝาผนัง ศาลา เมรุ และ
ห้องสุขาจนเป็นที่เลื่องลือในศิลปะความงามของสิ่งปลูกสร้างของวัดที่ตกแต่งด้วยขวด จนเป็นที่มาของชื่อวัดล้านขวด ถือเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญ
ของอำเภอขุนหาญ
สาเหตุที่นำขวดมาสร้างวัด
แรงบันดาลใจที่ทำให้พระครูวิเวกธรรมาจารย์ สร้างศิลปะจากขวดเครื่องดื่มต่าง ๆ เพราะ
๑. อยากนำสิ่งที่ไม่ใช้แล้วมาทำให้เกิดประโยชน์
๒. เป็นการประหยัดสีหรือค่าใช้จ่ายในการตกแต่ง
๓. เป็นปริศนาธรรมให้ญาติโยมได้พิจารณาว่าขวดเกิดจากแก้ว คำว่า แก้ว เป็นของดี เป็นของมีค่า ม่ว่าจะเอาไปทำอะไรหรือนำไปเป็นภาชนะ
บรรจุอะไร สิ่งที่เป็นแก้วก็ยังคงเป็นแก้วล้ำค่าอยู่เช่นเดิม
๔. เป็นคติธรรมให้ข้อคิดญาติโยมว่า เมื่อมาวัดให้เข้าถึงวัด วัดจิตใจของตัวเอง ฝึกหัดขัดถูจิตใจให้ใสเหมือนแก้ว เมื่อเป็นแก้วแล้วจะเอาไป
ทำอะไรประดับสิ่งใด ก็จะเป็นสิ่งที่มีค่า มีราคา และสวยงามอยู่เสมอ
นายทองแดง หาญท้าว
นายทองแดง หาญท้าว เกิดเมื่อวันที่ ๑๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๗๑ อาชีพทำนา
ที่อยู่ปัจจุบัน
บ้านเลขที่ ๒๑๗ หมู่ที่ ๒ บ้านเบ๊าะ ตำบลบึงบูรพ์ อำเภอบึงบูรพ์ จังหวัดศรีสะเกษ ๓๓๒๒๐
ผลงาน-ความสามารถ
นายทองแดง หาญท้าว เป็นผู้มีความรู้ความสามารถในการแกะลายบั้งไฟ ลายเมรุลอยเผาศพ ลายหอกฐิน โดยการแกะลายบนกระดาษ
และนำมาแปะลงบนบั้งไฟหรือวัตถุที่ต้องการจะตกแต่ง (ชาวบ้านเรียกว่า การสับลายกระดาษ) ลวดลายหลักที่แกะอยู่เสมอ คือ ลายกระดาน (คล้ายรูปพัด) ลายกนก และลายประจำยาม
นายสิงห์ คำเริญ
นายสิงห์ จำเริญ เกิดเมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๗ อาชีพ ทำนา
ที่อยู่ปัจจุบัน
บ้านเลขที่ ๙ หมู่ที่ ๔ บ้านฝึ้ง ตำบลหนองแค อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ ๓๓๑๖๐
ผลงาน-ความสามารถ
นายสิงห์ จำเริญ มีความสามารถในการทำหนังตะลุง โดยเริ่มฝึกหัดทำมาตั้งแต่อายุ ๑๖ ปี เป็นผู้บุกเบิกทำหนังตะลุงด้วยตนเอง ซึ่งการแสดง
ส่วนใหญ่ จะเล่นเรื่องรามเกียรติ์ ประมาณ ปี พ.ศ. ๒๕๔๐-๒๕๔๒ ได้นำไปแสดงที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยในการละเล่น ๔ ภาค และนำไปแสดงที่จังหวัดตรังร่วมกับวัดขนอน นอกจากนี้ยังเป็นอาจารย์พิเศษสอนการแสดงหนังตะลุงให้กับนักเรียนโรงเรียนบ้านเพียมาตร นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยมหาสารคามด้วย ในการนำหนังตะลุงไปแสดงทุกครั้งจะต้องเล่น
ดนตรีสด จึงมีผู้ร่วมวงประมาณ ๒๐ คน ราคาค่าจ้างในแต่ละครั้ง ถ้าเป็นการแสดงในจังหวัดคิดครั้งละ ๑๒,๐๐๐ บาท แต่ถ้าเป็นนอกเขตจังหวัด
ครั้งละ ๓๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับระยะทาง
นางบุญเริ่ม บัลลังก์
นางบุญเริ่ม บัลลังก์ เกิดเมื่อวันที่ ๒๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๐๑ อาชีพทำนา
ที่อยู่ปัจจุบัน
บ้านเลขที่ ๙๔ หมู่ที่ ๑๑ บ้านดวนใหญ่ ตำบลดวนใหญ่ อำเภอวังหิน จังหวัดศรีสะเกษ ๓๓๒๗๐
ผลงาน-ความสามารถ
นางบุญเริ่ม บัลลังก์ เป็นหัวหน้าคณะกลองยาวคณะ บัลลังก์ทองกลองยาว ได้ตั้งคณะขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๔ ที่มีสมาชิกทั้งหมด ๒๕ คน
ซึ่งเป็นชาวบ้านดวนใหญ่ทั้งหมด ได้ออกเดินสายรับงานในเทศกาลต่าง ๆ มากมาย การแสดงของคณะบัลลังก์ทองกลองยาว เป็นที่ยอมรับ
และชื่นชอบแก่ผู้พบเห็นการแสดงยิ่งนัก
เกียรติคุณที่ได้รับ
คณะ บังลังก์ทองกลองยาว ได้รับรางวัลชนะเลิศในการประกวดกลองยาวในเทศกาลเงาะทุเรียน ประจำปี ๒๕๔๘ ของจังหวัดศรีสะเกษ
นายสมนึก รัตนโพธิ์
นายสมนึก รัตนโพธิ์ เกิดเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖๙ อาชีพทำนา
ที่อยู่ปัจจุบัน
บ้านเลขที่ ๖๙ หมู่ที่ ๙ บ้านเบ๊าะ ตำบลบึงบูรพ์ อำเภอบึงบูรพ์ จังหวัดศรีสะเกษ ๓๓๒๒๐
ผลงาน-ความสามารถ
นายสมนึก รัตนโพธิ์ เป็นหมอแคนที่มีชื่อเสียงของอำเภอบึงบูรพ์ รู้จักกันดีในชื่อ แลตาบอด สามารถเป่าแคนได้ทั้งเพลงลูกทุ่ง หมอลำ
ไทยเดิม เมื่อครั้งเป็นหนุ่ม เคยเป็นหมอแคนให้กับคณะหมอลำ ปัจจุบันเป็นวิทยากรสอนการเป่าแคนให้กับนักเรียนวงโปงลางโรงเรียน
บ้านหนองคู โรงเรียนบึงบูรพ์ และผู้สนใจทั่วไป โดยคิดค่าสอนชั่วโมงละ ๑๐๐ บาท
เกียรติคุณที่ได้รับ
นายสมนึก รัตนโพธิ์ เคยได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดเป่าแคนในงานวันมรดกไทย จังหวัดศรีสะเกษ ๒ ปีซ้อน
นายสุคิด ถาวร
นายสุคิด ถาวร เกิดเมื่อวันที่ ๑๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๗๖ อาชีพ ทำนา
ที่อยู่ปัจจุบัน
หมู่ที่ ๑๓ บ้านหัวเสือ ตำบลหัวเสือ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ ๓๓๑๔๐
ผลงาน-ความสามารถ
นายสุคิด ถาวร เป็นผู้มีความรู้ความสามารถด้านดนตรี มีความสนใจในการเป่าปี่ เป่าขลุ่ย และสีซอมาตั้งแต่เด็ก เมื่ออายุ ๑๒ ปี ได้เริ่มเข้าร่วมวงปี่พาทย์ประจำหมู่บ้านหัวเสือ และไปร่วมบรรเลงเพลงในงานต่าง ๆ กับวงปี่พาทย์ของหมู่บ้านโดยไม่รับค่าแรง เมื่อมีโอกาสก็ขอฝึกหัดเครื่องดนตรีชนิดต่าง ๆ จนสามารถบรรเลงเครื่องดนตรีได้ทุกชนิด พออายุได้ ๑๗ ปี จึงได้เริ่มศึกษาวิธีการ
ทำปี่ ทำระนาด จนมีทักษะพอที่จะทำได้ ปัจจุบันได้ผลิตเครื่องดนตรีไทย เช่น ปี่ใน กลอง ตะโพน ระนาด เพื่อใช้ในวงหรือจำหน่าย และรับซ่อมแซมเครื่องดนตรีไทยให้กับสถานศึกษาและวัดหลายแห่ง นายสุคิด ถาวร เป็นผู้มีความรู้ความสามารถด้านดนตรีเป็นที่
ยอมรับ จึงได้รับเชิญเป็นวิทยากรท้องถิ่นสอนดนตรีไทยที่โรงเรียนขุขันธ์วิทยา โรงเรียนบ้านหัวเสือ และโรงเรียนบ้านสำโรงตาเจ็น
เกียรติคุณที่ได้รับ
๑. รางวัลครอบครัวดีเด่นด้านวัฒนธรรม ประจำอำเภอขุขันธ์
๒. รางวัลชนะเลิศการแข่งขันเป่าปี่ ประจำปี 2539 ในงานเปิดพิพิธภัณฑ์ 4 เผ่าไทย จังหวัดศรีสะเกษ
๓. รางวัลชนะเลิศการประกวดวงปี่พาทย์อีสานใต้ สภาวัฒนธรรมอำเภอขุขันธ์ ปี 2540
![]()
นายโชติ เทาศิริ
นายโชติ เทาศิริ เกิดเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๙ อาชีพทำนา
ที่อยู่ปัจจุบัน
บ้านเลขที่ ๒๓ หมู่ที่ ๑๘ บ้านนาเหนือ ตำบลภูเงิน อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ๓๓๑๑๐
ผลงาน-ความสามารถ
นายโชติ เทาศิริ มีความสามารถด้านดนตรี สามารถเล่นดนตรีพื้นบ้านได้เกือบทุกชนิด
นายคมสันต์ สุโพธิ์
ที่อยู่ปัจจุบัน
บ้านเลขที่ ๗๖ หมู่ที่ ๑๑ บ้านโพธิ์ ตำบลคลีกลิ้ง อำเภอศิลาลาด จังหวัดศรีสะเกษ ๓๓๑๖๐
ผลงาน-ความสามารถ
นายคมสันต์ สุโพธิ์ มีความสามารถด้านการแสดง เป็นหมอลำที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในจังหวัดศรีสะเกษ และจังหวัดใกล้เคียง มีความสามารถ
ในการแต่งเนื้อร้องหมอลำ เคยเป็นหมอลำในคณะของพรศักดิ์ ส่องแสง คณะทองมัย มาลี และคณะรุ่งโรจน์ เพชรธงชัย ปัจจุบันได้ตั้งคณะหมอลำ
ของตนเอง ชื่อคณะ สนั่น สมใจ
นายผึ้ง จันครา
นายผึ้ง จันครา เกิดเมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๗๖ อาชีพทำนา
ที่อยู่ปัจจุบัน
บ้านเลขที่ ๔๕ หมู่ที่ ๑๖ บ้านสำโรงตาเจ็น ตำบลตาเจ็น อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ ๓๓๑๔๐
ผลงาน-ความสามารถ
นายผึ้ง จันครา เป็นผู้ที่มีความสามารถในการเล่นเครื่องดนตรีไทยได้ทุกประเภท และสามารถผลิตเครื่องดนตรีไทย เช่น ซอด้วง ซออู้ ขลุ่ย
เพื่อใช้ในวงและจำหน่ายอีกด้วย
นายผึ้ง จันครา เป็นผู้ที่เสียสละและอุทิศตนเพื่อส่วนรวม ได้ให้ความช่วยเหลือองค์กรเครือข่ายทุกครั้งที่มีโอกาส เป็นผู้สีซอในการแสดง
กันตรึมขุขันธ์ไปร่วมงานแข่งขันดนตรีพื้นบ้านอีสานใต้ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีที่จังหวัดบุรีรัมย์
เป็นคณะกรรมการบริหารสภาวัฒนธรรมตำบลสำโรงตาเจ็น และเป็นวิทยากรท้องถิ่นในการสอนดนตรีไทยโรงเรียนในเขตบริการของตำบล
หัวเสือ และตำบลสำโรงตาเจ็น
นายสามศร ณ เมืองศรี
นายสามศร ณ เมืองศรี เป็นชาวศรีสะเกษโดยกำเนิด ถึงแก่กรรมแล้ว เป็นผู้บุกเบิกการร้องเพลงในรุ่นแรกของศรีสะเกษ โดยการอัดแผ่นเสียงของตนเอง ด้วยเพลงที่มีชื่อเสียงหลายเพลง ซึ่งควรรื้อฟื้นนำมาขับร้องใหม่
นางฉันทนา กิตติพันธ์
นางฉันทนา กิตติพันธ์ เคยมีภูมิลำเนาและเรียนหนังสือที่จังหวัดศรีสะเกษ ในวัยเด็กเป็นนักร้อง นักแสดง เพลงที่มีชื่อเสียงคือ
เพลงข้าวนอกนา ต่อมาเป็นนักแสดงในละครโทรทัศน์ และเป็นผู้จัดรายการ โดยมีบุตรสาวเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียงด้วย คือ
นางสาวเสาวลักษณ์ ลีลาบุตร หรือ แอม
นกน้อย อุไรพร
นกน้อย อุไรพร เดิมชื่อ อุไร สีหะวงษ์ เกิดเมื่อวันที่ ๑๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๐๐ ที่บ้านจอม ตำบลบึงบอน อำเภอยางชุมน้อย จังหวัดศรีสะเกษ
ผลงาน-ความสามารถ เป็นเจ้าของวงดนตรเสียงอีสาน ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นวงดนตรีหมอลำลูกทุ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไทย ต่อเนื่องยาวนานหลายปี
ดนตรีวงนี้นำการแสดงและบริหารงานโดยนกน้อย อุไรพร หรือ อุไร สีหะวงษ์ ซึ่งเป็นชาวจังหวัดศรีสะเกษที่ต่อสู้ชีวิตด้วยความมานะบากบั่น
จนประสบความสำเร็จอย่างสูงยิ่ง แม้การแสดงบนเวที การอัดแผ่นเสียง บันทึกเสียงหรือบันทึกการแสดง ได้รับความชื่นชมจากทุกภูมิภาค
เกิดจากผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่มีจิตใจเด็ดเดี่ยวและมุ่งมั่น ได้สร้างนักร้องประจำวงที่มีชื่อเสียงจำนวนมาก เช่น ลูกแพร อุไรพร ไหมไทย อุไรพร
ปอยฝ้าย มาลัยพร ๔ ดาวรุ่ง ลุงยง ยายแหลม
นกน้อย อุไรพร เป็นคนกตัญญู ทุกปีจะบริจาคเงินเพื่อสาธารณประโยชน์ และกลับมาทำบุญที่บ้านไม่เคยขาด เช่น สร้างศาลาหลวงพ่อโต
วัดจอมพระ บริจาคเพื่อการศึกษา สาธารณสุข และอื่นๆ อยู่เป็นประจำ นับว่าเป็นบุคคลสำคัญที่ชาวศรีสะเกษควรภาคภูมิใจ
เกียรติคุณที่ได้รับ ได้รับพระราชทานเข็มกลัดทองคำจากพระหัตถ์ของพระองค์เจ้าเฉลิมพลฑิฆัมพร ในผลงานเพลง "ภาพถ่ายวิญญาณรัก"
นายยิ่งยง ยอดบัวงาม
ยิ่งยง ยอดบัวงาม เดิมชื่อ นายประยงค์ บัวงาม เกิดเมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๐๕ ที่บ้านโคกโพน หมู่ที่ ๑ ตำบลกันทรารมย์ อำเภอขุขันธ์
จังหวัดศรีสะเกษ
ผลงาน-ความสามารถ เป็นผู้ที่มีความสามารถด้านการร้องเพลงและการแสดง เข้าอยู่ในวงการเพลงลูกทุ่งเป็นเวลานานถึง ๒๔ ปีแล้ว เพลงที่สร้างชื่อเสียงคือ สมศรี ๑๙๙๒ และมีผลงานที่สำคัญสร้างชื่อเสียงมากมาย ทั้งงานเพลง งานละคร และภาพยนตร์
สุดา ศรีลำดวน
สุดา ศรีลำดวน เป็นชาวบ้านโนนดู่ ตำบลหนองไฮ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ
ผลงาน-ความสามารถ สุดา ศรีลำดวน มีความสามารถในการร้องเพลงมาตั้งแต่เด็กๆ เพราะความยากจน จึงไม่ได้เรียนต่อ เมื่อจบชั้น
ประถมศึกษาปีที่ ๖ จึงต้องไปทำงานรับจ้างที่กรุงเทพฯ เป็นคนสู่ชีวิต อดทน มุ่งมั่น และมีความกตัญญูต่อสู้ชีวิตจนได้ดี
สุดา ศรีลำดวน เป็นนักร้องมีผลงานเพลงมากมาย เช่น ชุดน้าเขย ชุดหล่อคักคัก ชุดน้องเมีย เป็นต้น นอกจากนี้ยังเป็นนักแสดงด้วย
เช่น แสดงภาพยนตร์เรื่อง ผาแดงนางไอ่ ก่องข้าวน้อยฆ่าแม่ เมื่อพอมีฐานะมั่นคง จึงได้เปิดร้านคาราโอเกะเล็กๆ แถวหนองแขม ฝั่งธนบุรี
ขายอาหารอีสานให้แก่พี่น้องชาวอีสานลูกค้าทั่วไป สุดา ศรีลำดวน มีความภาคภูมิใจในความเป็นชาวศรีสะเกษที่ต่อสู้ชีวิตด้วยความมุมานะ
บากบั่น ซื่อสัตย์ และอดทน จนก้าวพ้นปัญหาได้