ด้านปรัชญา ศาสนา ประเพณี



พระเทพวรมุนี (วิบูลย์ กลฺยาโณ)
     พระเทพวรมุนี (วิบูลย์ กลฺยาโณ) เกิดเมื่อวันที่ ๘ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๘ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดเจียงอีศรีมงคลวราราม
(พระอารามหลวง) เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ และหัวหน้าพระธรรมทูตจังหวัดศรีสะเกษ

ผลงาน-ความสามารถ
    
 พระเทพวรมุนี เป็นพระสงฆ์ที่มีความคล่องตัวในด้านต่าง ๆ สนใจในการค้นคว้าอ่านหนังสือมาก ชอบเขียนเอกสารบทความต่าง ๆ มีพรสวรรค์
ในด้านวาทศิลป์ เป็นนักพูด นักปาฐกถา เทศน์ หรือบรรยายธรรม เป็นพระนักพัฒนาที่เปี่ยมด้วยภูมิรู้ ภูมิธรรม สามารถปรับใช้ความรู้ และ
ประสบการณ์ในการปฏิบัติภารกิจที่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนและประเทศชาติอย่างอเนกอนันต์ ทั้งงานด้านการปกครอง งานการศึกษา
งานการเผยแพร่ งานสาธารณูปการ และการบำเพ็ญประโยชน์

สมณศักดิ์ โล่ และเกียรติคุณที่ได้รับ
๑. พ.ศ. ๒๕๑๓ ได้รับพระราชทานตั้งสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร รองเจ้าคณะอำเภอชั้นโท ในราชทินนามที่ “ พระครูวิจิตรธรรมวาที ”
๒. พ.ศ. ๒๕๒๑ ได้รับพระราชทานเลื่อนชั้นพระสังฆาธิการเป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าคณะอำเภอชั้นเอก ในราชทินนามเดิม
๓. พ.ศ. ๒๕๒๕ ได้รับพระราชทานเลื่อนชั้นพระสังฆาธิการเป็นพระครูสัญญาบัตร รองเจ้าคณะจังหวัดชั้นพิเศษในราชทินนามเดิม
๔. พ.ศ. ๒๕๓๐ ได้รับพระราชทานตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญเปรียบ (สป.) ในราชทินนามที่ “ พระวิบูล ธรรมวาที ”
๕. พ.ศ. ๒๕๓๔ ได้รับพระราชทานตาลปัตร ย่าม ผ้าไตร และเหรียญเกียรติยศ จากสมเด็จพระสังฆราช ในนามเจ้าอาวาสวัดสุพรรณรัตน์ (วัดบ้านพราน)
ที่กรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ ประกาศยกย่องเป็นวัดพัฒนาตัวอย่างดีเด่น
๖. พ.ศ. ๒๕๓๖ ได้รับพระราชทานโล่เสมาธรรมจักรและเกียรติบัตรจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในฐานะผู้ทำ
คุณประโยชน์แก่พระพุทธศาสนา สาขา ส่งเสริมกิจการคณะสงฆ์
๗. พ.ศ. ๒๕๓๙ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช ในราชทินนามที่ “ พระราชวรรณเทเวที ”
๘. พ.ศ. ๒๕๔๔ ได้รับโล่เกียรติยศจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรราชวิทยาลัย ในฐานะเป็นวิทยากรพิเศษในการอภิปรายประชุมอบรม
พระนิสิตบัณฑิตพุทธศาสตร์ที่จะออกไปปฏิบัติศาสนกิจก่อนรับปริญญาติดต่อกันหลายปี
๙. พ.ศ. ๒๕๔๗ ได้รับพระราชทาน ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง และได้รับ
พระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ในราชทินนามที่ “ พระเทพวรมุนี ”






นายหอม พฤกษา

     นายหอม พฤกษา เกิดเมื่อวันที่ ๑๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๘๒ อาชีพข้าราชการบำนาญ

ที่อยู่ปัจจุบัน
     บ้านเลขที่ ๒๒๙/๑ หมู่ที่ ๑๔ บ้านตาปิ่น ตำบลห้วยเหนือ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ ๓๓๑๔๐

ผลงาน-ความสามารถ
     นายหอม พฤกษา เป็นผู้มีความสามารถในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาพุทธและพราหมณ์ งานมงคลต่าง ๆ เช่น วางศิลาฤกษ์ ยกช่อฟ้า
ผูกพัทธสีมาอุโบสถ พิธีสู่ขวัญนาค งานมงคลสมรส ขึ้นบ้านใหม่ เป็นต้น

เกียรติคุณที่ได้รับ
     ชนะเลิศการประกวดแข่งขันพราหมณ์สวดบายศรีสู่ขวัญของสภาวัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ และเป็นครูสอนจริยธรรมดีเด่น สำนักงาน
การประถมศึกษาจังหวัดศรีสะเกษ ประจำปี ๒๕๔๑





นางสอน ชมพูวงศ์
     นางสอน ชมพูวงศ์ เกิดเมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๘๕ อาชีพทำนา

ที่อยู่ปัจจุบัน
     บ้านเลขที่ ๓๕/๑ หมู่ที่ ๒ บ้านดวนใหญ่ ตำบลดวนใหญ่ อำเภอวังหิน จังหวัดศรีสะเกษ ๓๓๒๗๐

ผลงาน-ความสามารถ
     นางสอน ชมพูวงศ์ เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถและเป็นผู้นำในการทำพิธีรำแม่สะเอิง การรำแม่สะเอิง เป็นการรำที่เกิดจากฝีแม่สะเอิง
เข้าสิงร่างทรง แล้วฟ้อนรำในท่าต่าง ๆ ตามที่ผีแม่สะเอิง ต้องการ ซึ่งคนที่จะเป็นร่างทรงได้นั้น ส่วนใหญ่จะมีอาการเจ็บป่วยไม่หาย จึงให้โหร
ทำนาย หากรู้ว่ามีผีแม่สะเอิงอยากจะเข้าสิงร่างก็จะแต่งเครื่องสังเวยทำพิธีให้แม่สะเอิงเข้าสิง เพื่อทำการร่ายรำตามที่ต้องการ และเมื่อผีแม่สะเอิง
ออกจากร่าง อาการเจ็บป่วยก็จะหายไป ปัจจุบันการรำแม่สะเอิง จะทำกันเฉพาะเดือนสามของทุกปีเท่านั้น โดยจะทำกันเป็นกลุ่ม มีร่างทรงประมาณ
๑๐-๒๐ คนต่อกลุ่ม คำว่า “ สะเอิง ” หมายถึง “ ครก ” เหตุที่เรียกว่าแม่สะเอิงนั้น เพราะเวลาที่ผีเข้าสิงร่างใคร จะเอาอะไรให้เขาก็ไม่ยอมนอกจาก
สะเอิงหรือครกเท่านั้น






 

นายอรุณศักดิ์ โอชารส
     นายอรุณศักดิ์ โอชารส เกิดเมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๙๕ อาชีพรับราชการ ตำแหน่ง ศึกษานิเทศก์

สถานที่ทำงาน
     สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาศรีสะเกษ เขต ๑ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ

ผลงาน-ความสามารถ
     นายอรุณศักดิ์ โอชารส มีความสามารถในการพยากรณ์เกี่ยวกับดินฟ้า อากาศและปริมาณน้ำฝนของแต่ละปี

วิธีสังเกตและพยากรณ์
     ให้สังเกตสภาพธรรมชาติ ดังนี้
     ๑. ความหนาวเย็นของอากาศ นับตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงจากปลายฤดูฝน ๒๕๔๗ เป็นฤดูหนาว จนถึงกลางเดือนมีนาคม ๒๕๔๘ จากการสังเกต
ตลอดช่วงเวลาดังกล่าวพบว่า ความหนาวเย็นของอากาศ จะหนาวเย็นลงแต่ช่วงสั้น ๆ แล้วก็กลับมาร้อนระยะหนึ่ง แล้วก็กลับไปหนาวเย็นสลับ
ไปมา ดังนี้ ช่วงแรก ปลายเดือนตุลาคม ๒๕๔๗ ช่วงที่สองปลายเดือนพฤศจิกายน ต้นเดือนธันวาคม ๒๕๔๗ ช่วงที่สามกลางเดือนธันวาคม ถึงปลายเดือน
ธันวาคม ๒๕๔๗ และหนาวอีกเล็กน้อยช่วงกลางเดือนมกราคม ๒๕๔๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ และหนาวอีกครั้งต้นเดือนมีนาคม ๒๕๔๘ สรุปแล้วความ
หนาวเย็นของอากาศ ตลอดช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมา ความหนาวเย็นจะไม่ค่อยสม่ำเสมอ
     ๒. ลักษณะของลมหนาว หลังจากเปลี่ยนจากฝนเป็นหนาวแล้ว พบว่าลักษณะลมหนาวแต่ละครั้งจะมีลมหนาวพัดมีลักษณะหัวลมแรง ๑-๒ วัน
ด้วยความเร็วประมาณ ๓๕ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ต่อจากนั้นความเร็วของลมจะลดลงและพัดต่อไปอีกเพียง ๔-๕ วัน ก็จะหยุด โดยจะมีลักษณะเช่นนี้
ทุกช่วงทุกครั้ง ต่อมาลมจะเปลี่ยนทิศลมสงบอากาศร้อนต่อเนื่องประมาณหนึ่งสัปดาห์ ที่น่าสังเกต ปีนี้ลมบนไม่แรงและไม่ค่อยสม่ำเสมอเท่าไรนัก
     ๓. ดูการออกดอกของมะม่วง ซึ่งได้แก่มะม่วงป่า มะม่วงแก้ว มะม่วงอกร่อง เขียวเสวย ดอกมะปรางค์ รวมทั้งดอกพะยอม จากการสังเกตพบว่า
ในช่วงฤดูหนาวปีนี้ มะม่วงออกดอกเป็น ๔ รุ่น ดังนี้
     รุ่นแรกมะม่วงแก้ว น้ำดอกไม้ ออกดอกช่วง ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๔๗ ออกประมาณ ๕ %
     รุ่นที่สองช่วงวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๗ โดยจะออกดอกประมาณ ๓๐ %
     รุ่นที่สามช่วงวันที่ ๕-๑๐ มกราคม ๒๕๔๘ โดยจะ ออกดอกประมาณ ๔๐ %
     รุ่นที่สี่ ประมาณวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ และออกดอกหลงอีกในกลางเดือนมีนาคม อีก ๒ % ข้อน่าสังเกตก็คือการออกดอกของมะม่วงปีนี้ส่วนใหญ่
ช่อดอกจะสั้น ยกเว้นช่อดอกช่วงเดือนธันวาคม ปีนี้มะม่วงป่าไม่ออกดอก ส่วนต้นพะยอม จะออกดอกมากในช่วงเดือนมกราคม ๒๕๔๘ บางต้นทิ้งใบ
ออกดอกขาวทั้งต้น ซึ่งข้อมูลข้อที่ ๓ นี้ถือว่าสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะเป็นตัวชี้ว่า ฝนจะเริ่มตกเดือนไหน ฝนใหญ่จะมาประมาณ วันที่เท่าไร เดือนอะไร

 

หน้าแรก