การเล่นหมากบ้า (สะบ้า)

จุดมุ่งหมาย เพื่อการแข่งขัน
สถานที่ ลานพื้นดิน ใต้ร่มไม้หรือใต้ถุนอาคาร
อุปกรณ์ ลูกสะบ้ากลม (เมล็ดพืชชนิดหนึ่งมีขนาดจับได้ถนัดมือ)  จำนวนผู้เล่น ๒ คนขึ้นไป (หรือเป็นทีม)
วิธีการเล่นและข้อตกลง
        ๑. แบ่งผู้เล่นออกเป็น ๒ ฝ่าย ๆละเท่า ๆกัน
        ๒. ฝ่ายที่เล่นได้ครบทุกขั้นตอนก่อนหรือจบเกมก่อนเป็นชนะ
        ๓. ตกลงผู้เล่นก่อน-หลัง (เป็นฝ่ายเล่นและฝ่ายตั้งลูก)
        ๔. กำหนดเขตตั้งลูกและเขตส่งลูกสะบ้า

ขั้นตอนการเล่น
        ๑. ฝ่ายตั้งลูก ตั้งลูกให้ชิดกันที่เขตตั้งลูก
       ๒. ฝ่ายเล่นลูก จะเริ่มเล่นส่งลูกสะบ้าให้ไปชนลูกที่ตั้งไว้ให้ล้มลง ในแต่ละท่าส่ง โดยการส่งลูกในแต่ละท่าส่งนั้น ทำได้ไม่เกิน ๒ ระยะ คือ ระยะแรกพุ่งส่งลูกออกไปให้ตรงจุดตั้งลูกให้มากที่สุด ถ้าลูกส่งไปชนลูกตั้ง ก็ถือว่าผ่านในท่านั้น ถ้าลุกส่งยังไม่ชนลูกตั้ง แต่ลูกยังอยู่ในเขหรือไม่ล้ำเขตตั้งลูก (ลูกยังไม่ออก) ก็ให้ใช้นิ้วมือดีดส่งลูกเพื่อให้โดนลูกตั้งได้อีกครั้งหนึ่ง (ถ้าไม่ผ่านในเท่าใด ก็ให้หยุดไว้ในท่านั้น เพื่อเปลี่ยนฝ่ายเล่น) สำหรับท่าส่งลูกสะบ้า ชาวบ้านเรียกว่า ”อ้าย” ที่นิยมเล่นให้จบ ๑ รอบ (๑ ตา) มีลำดับดังนี้

      ๑. อ้ายเหล็ง (ท่ากลิ้งลูก)
- ท่านี้ ผู้เล่นส่งลูกสะบ้า โดยใช้มือที่ถนัด กลิ้งลูกสะบ้าให้เลื่อนไหลไปชนลูกที่ตั้งไว้ ถ้ายังไม่ตรงหรือชนลูกตั้งให้ส่งอีกครั้ง (วิธีดีด ใช้มือข้างหนึ่งจับนิ้วมืออีกข้างหนึ่ง นิ้วใดก็ได้ ดีดส่งลูกสะบ้า)
      ๒. อ้ายปลาย (ท่าปลายเท้า)
- ท่านี้ ผู้เล่นยืนอยู่ที่เส้นเขตจุดส่งลูก วางลูกสะบ้าอยู่ระหว่างกลางหัวแม่เท้าทั้งสอง ขยับเท้าหนีบลูกสะบ้า กระโดดส่งลูก ๑ ก้าว ให้ลูกสะบ้าตกข้างหน้าหรือชนลูกที่ตั้งไว้ ถ้ายังไม่ตรงหรือชนลูกที่ตั้งไว้ (ลูกยังไม่ออก) ให้ดีดส่งต่อ ๑ ครั้ง ถ้ายังไม่ถูกลูกที่ตั้ง ให้พักไว้

      ๓. อ้ายกลางหรืออ้ายหลัง (ท่ากลางเท้า)
- ท่านี้ผู้เล่นยืนอยู่ที่เส้นเขตจุดส่งลูก วางลูกสะบ้าระหว่างส่วนกลางของเท้า หนีบลูกสะบ้าส่งลูก ๑ ก้าวให้ลูกสะบ้าตกไปข้างหน้าชนลูกตั้ง(ทำคล้ายท่าที่ ๒)
       ๔. อ้ายปอม (ท่าตาตุ่มเท้า)
- ท่านี้เล่นเหมือนท่าที่ ๓ เพียงแต่วางลูกสะบ้าระหว่างตาตุ่มเท้า
       ๕. อ้ายบี (ท่าน่องหรือแข้ง)
- ท่านี้เล่นเหมือนท่าที่ ๔ เพียงแต่วางลูกสะบ้าระหว่างปลีแข้ง หรือน่อง
      ๖. อ้ายโค้ย (ท่าหัวเข่า)
- ท่านี้เล่นเหมือนท่าที่ ๕ เพียงแต่วางลูกสะบ้าระหว่างหัวเข่า
     ๗. อ้ายกลางข่า (ท่ากลางขา)
- ท่านี้เล่นเหมือนท่าที่ ๖ เพียงแต่วางลูกสะบ้าระหว่าง กลางขา
     ๘. อ้ายโยน (ท่าโยน) มีทั้งท่าโยนกลับหลัง
- ท่านี้ผู้เล่นยืนอยู่ที่เขตส่งลูก โยนลูกให้พุ่งไปชนลูกตั้งหากไม่ชนลูกยังอยู่ในเขตให้ส่งลูกต่อ ๑ ครั้ง เช่นกัน
     ๙. อ้ายย่องย่อ (ท่านั่งยอง)
- ท่านี้ผู้เล่นนั่งยองที่เขตส่งลูก โดยเข่ายันพื้น ๑ ข้าง อีกข้างหนึ่งตั้งขึ้น วางลูกสะบ้าบนเข่า ใช้นิ้วมือดีดลูกสะบ้าให้ตกไปชนลูกตั้ง ถ้ายังไม่ชนและลูกยังไม่ออกนอกเขตให้ดีดส่งต่อ ๑ ครั้ง
      ๑๐. อ้ายเขย่ง (ท่าเขย่งเท้า)
- ท่านี้ผู้เล่นใช้เท้าหนึ่งจับคีบเอาลูกสะบ้าให้อยู่ระหว่างหัวแม่เท้ากับนิ้ชี้แล้วกระโดดเขย่งเท้าไปยังจุดตั้งลูก โดยระวังไม่ให้ลูกสะบ้าลื่น ตก หรือแตะพื้นดิน เมื่อกระโดดเข้าไปใกล้ ๆ แล้วใช้ลูกสะบ้าที่เท้าเขย่งนั้น แตะลูกให้ล้ม โดยไม่ให้นิ้วเท้าแตะลุก หรือโดยพื้น
      ๑๑. อ้ายดีดอ้ายแด้ (ท่าดีดนับแต้ม) 
- ท่านี้ เป็นท่าสุดท้ายของการละเล่น โดยผู้เล่นว่างลูกสะบ้าลงที่เขตส่งแล้วใช้นิ้วมือ
ดีดลูกสะบ้า ๑ ครั้ง ให้ไปชนลูกตั้งให้ล้มลง แล้วฝ่ายตั้งลูกก็จับลูกสะบ้าตั้งไว้อีก ผู้เล่นก็จะจับลูกสะบ้าโดยใช้สันสะบ้าเคาะลงบนลูกตั้ง ๑ ครั้ง แล้วใช้สันสะบ้าไปขีดเส้นลงบนพื้นดินคล้ายทำเครื่องหมายสั้น ๆ ๑ ครั้ง (ในช่วงนี้ผู้เล่นก็จะพูดเป็นการส่งท้ายว่า ” ตานี้ฉันได้แด้แล้ว” หมายถึงการเล่นในรอบนี้ฉันเป็นผู้ชนะและได้นับแต้มไว้แล้ว)
- ท่าสุดท้ายนี้ ในกรณีดีดลูกในระยะที่ ๑ ไม่โดนหรือชนลูกตั้งแต่ลูกยังอยู่ในเขตเล่น คือยังไม่ออก จะให้โอกาสเล่นในระยะที่ ๒ โดยให้ขีดเส้นขนาดกับเขตตั้งลูกจากจุดที่ลูกนั้นหยุดอยู่ แล้วผู้เล่นยืนอยู่ในรัศมีนั้นจับลูกสะบ้า แล้วหย่อนลูกปล่อยลงจากมือให้โดนลูกตั้งโดยผู้เล่นต้องกะคะเนระยะให้ดี แต่ต้องหลับตาก่อนปล่อยมือด้วย

หมายเหตุ ในการเล่นหลาย ๆ รอบ จะนับคะแนนหรือนับแต้มรวมกันผู้ใดมากจะชนะ เด็กๆ มีวิธีกันลืมโดยใช้เส้นตอกมาหักเป็นข้อ ๆ ไว้นับทบทวนว่าท่าใดทำได้กี่แต้ม