ประวัติความเป็นมา
ที่ตั้ง เขารับร่อในเขตวัดเทพเจริญ ตำบลท่าข้าม อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร
พิกัดแผนที่ ระวาง ๔๘๓๐ ii ลำดับชุด L ๗๐๑๗
พิมพ์ครั้งที่ ๑ RTSD อำเภอท่าแซะ
สิ่งสำคัญ
๑. ภูเขารับร่อ
๒. ถ้ำพระ
๓. ถ้ำไอ้เต
๔. พระพุทธรูป
๕. ภาพเขียนสีบนผนังถ้ำ
๖. รอยพระพุทธบาทจำลอง ทำจากหินทรายสีแดง
ประวัติ
ภูเขารับร่อเป็นภูเขาปูนวางตัวในแนวเกือบจะตามแกนทิศเหนือ ทิศใต้ขนาดยาวประมาณ ๒ กิโลเมตร กว้างประมาณ ๑.๒๕ กิโลเมตร ยอดสูงสุดอยู่ทางตอนใต้ของภูเขาสูงประมาณ ๑๘๑ เมตร จากระดับน้ำทะเล
ปานกลาง โบราณสถานตั้งอยู่ในเขตวัดเทพเจริญหรือวัดถ้ำรับร่อ อยู่ทางทิศใต้ของภูเขา ชื่อภูเขารับร่อนี้ เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เขาพระ ตามตำนานและนิทานพื้นบ้านเชื่อกันว่าบริเวณรอบ ๆ เขารับร่อเป็นที่ตั้งเมืองโบราณ ชื่อเมืองอุทุมพร ร่วมสมัยกับเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งจะสร้างโดยพระเจ้าศรีธรรมโศกราช เมืองอุทุมพร
เป็นเมืองรักษาด่านทางข้ามคอคอดคาบสมุทรมลายู มีสำเภาจีนมาค้าขาย และได้รับอิทธิพลพุทธศาสนามาจาก
เมืองนครศรีธรรมราช จึงได้สร้างพระพุทธรูปปูนปั้นองค์ใหญ่ เรียก พระหลักเมือง หรือพระปู่หลักเมือง เป็นพระประธาน ประดิษฐานอยู่กลางถ้ำพระ ถ้ำพระนี้ก็เรียกว่า ถ้ำทะเลเซียะ ตามชื่อคลองทะเลเซียะที่ไหลผ่าน
หน้าภูเขาทางด้านทิศใต้ ไหลไปรวมกับคลองรับร่อและคลองรับรับร่อไหลไปบรรจบกับคลองท่าแซะ มีเรื่องเล่าว่าเมื่อเสร็จจากการสร้างพระพุทธรูปหลักเมืองแล้ว มีทรัพย์สินเงินทองที่ประชาชนนำมาร่วมกันสร้าง
เหลืออีกมาก จึงนำมาฝังไว้ที่ถ้ำอีกถ้ำหนึ่ง ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกัน แล้วเขียนรูปพระพุทธไสยาสน์ลงสีไว้ที่ผนังถ้ำ ชาวบ้านเล่าลือต่อกันมาว่า ภาพบนผนังสร้างไว้เพื่อเฝ้าสมบัติเรียกกันว่า ไอ้เต ลบเท่าใดก็ไม่หมด ทำให้มีผู้รู้เท่าไม่ถึงการณ์เอาผ้าชุบน้ำมาทดลองลบสี และยังมีปริศนาลายแทงที่ว่า ไอ้เต ไอ้เต เอาลูกใส่เปล เอาตีนคาใน น้ำมันสองขวด ค่อยนวดค่อยไป ผู้ใดคิดได้ อยู่ใต้ไอ้เต มีผู้เชื่อตามลายแทงมาขุดหาสมบัติในถ้ำ
แต่ไม่มีผู้ใดได้ไป เพราะเมื่อมาขุดก็จะถูกงูใหญ่ไล่กัดบ้าง ถูกเสียงลึกลับไล่ตะเพิดบ้าง ด้วยเหตุที่ถ้ำรับร่อ
มีพระพุทธรูปลักเมือง ทำให้นักวิชาการท้องถิ่นสันนิษฐานว่า บริเวณชุมชนโบราณแถบนี้คงจะเป็นที่ตั้ง
เมืองชุมพรเก่า
ร่วมสมัยพระเจ้าศรีธรรมโศกราชแห่งนครศรีธรรมราช ทั้งนี้ตามตำนานเมืองนครศรีธรรมราช ได้กล่าวถึงพระยาศรีธรรมโศกราชสร้างเมือง ๑๒ นักษัตร ปีมะแมมีเมืองชุมพรถือตราแพะ เมืองชุมพรในสมัยนั้น
จึงน่าจะเป็นเมืองอุทุมพรที่ท่าแซะ อย่างไรก็ดีเรื่องดังกล่าวนี้ ยังต้องค้นหาหลักฐานทางประวัติศาสตร์ และศึกษากันต่อไป หลักฐานที่เก่าที่สุดในปัจจุบันพบว่าแหล่งโบราณคดีเขารับร่อมีมนุษย์อยู่อาศัย ตั้งแต่
สมัยก่อนประวัติศาสตร์ได้พบเครื่องมือขวานหินขัด และเศษภาชนะดินเผาในถ้ำต่าง ๆ ภายในภูเขารับร่อ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพื้นที่บริเวณนี้มีมนุษย์อยู่อาศัยมาแล้วไม่น้อยกว่า ๒,๐๐๐ ปี เป็นอย่างน้อย
รูปแบบศิลปกรรม
โบราณสถานเขารับร่อมีถ้ำสำคัญอยู่ ๓ ถ้ำ คือ ถ้ำไทร ถ้ำพระและถ้ำไอ้เต ถ้ำไทรนั้นไม่มีโบราณวัตถุ มีเพียงหินงอกหินย้อยตามธรรมชาติ หลักฐานทางประวัติศาสตร์ โบราณคดีอยู่ที่ถ้ำพระและถ้ำไอ้เต ดังรายละเอียดต่อไปนี้
- ถ้ำพระ ๒๐๐x๒๐๐ เซนติเมตร จำนวน ๓ องค์ คงสร้างขึ้นสมัยอยุธยาประมาณพุทธศตวรรษที่ ๒๒ ๒๓ ภายในถ้ำมีพระพุทธรูปปูนปั้น พระพุทธรูปสำริดสมัยอยุธยา พระพุทธรูปแกะสลักจากไม้ รวมแล้ว
นับเป็นร้อย ๆ องค์ มีทั้งพระพุทธไสยาสน์พระพุทธรูปปางมารวิชัยฝีมือช่างท้องถิ่น ซึ่งได้รับอิทธิพลทั้งจาก
ศิลปะท้องถิ่นภาคใต้และภาคกลางปะปนกัน พระประธานหรือหลวงพ่อปู่ลักเมืองเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นองค์ใหญ่
อยู่กลางถ้ำสูง ๔ เมตร หน้าตักกว้างราว ๓ เมตร ลักษณะพุทธศิลป์แบบศิลปอยุธยา พระพุทธรูปอื่น ๆ ที่เลียนแบบ
ศิลปะสุโขทัยก็มี
- ถ้ำไอ้เต มีภาพเขียนสีสมัยประวัติศาสตร์เขียนเป็นรูปพระพุทธไสยาสน์อยู่เหนือพื้นถ้ำประมาณ ๔๐ เซนติเมตร องค์พระยาว ๔.๘๐ เมตร กว้าง ๒ เมตร พระเศียรหันสู่ทิศตะวันตกเฉียงใต้ พระพักตร์หันไปทาง
ทิศตะวันออกตัดเส้นสีแดงดำเป็นโครงร่าง รอบองค์พระลงสีเป็นส่วน ๆ พระเศียรและพระเกศลงสีดำ พระพักตร์
และพระกรลงสีขาว พระวรกายครองผ้าลงสีส้มเหลืองแบบเดียวกันกับสีผ้าครองของสงฆ์ ไม่แสดง
รายละเอียด
ของพระเนตร พระนาสิก และพระโอษฐ์บนพระพักตร์ ซึ่งมีรูปค่อนข้างเหลี่ยม มีพระอุษณีษ์นูนสูงต่อด้วยเปลว ซึ่งลงสีขาวตัดเส้นสีดำ ส่วนปลายพระบาทไม่ชัดเจนสำหรับรอยพระพุทธบาทหินทราย ขนาดยาวประมาณ
๑ เมตร ประดิษฐานอยู่ที่ศาลาบริเวณเชิงเขา ลักษณะรอยพระพุทธบาทสลักลวดลายคล้ายสัญลักษณ์ของ
ราชวงศ์ปทุมวงศ์ ของพระเจ้าศรีธรรมโศกราชแห่งนครศรีธรรมราช มีรูปแพะซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองชุมพร ซึ่งตามตำนานเมืองนครศรีธรรมราช มีเมืองชุมพร (ปีมะแม) ถือตราแพะลักษณะรูปแบบศิลปกรรมน่าจะสร้างขึ้น
สมัยอยุธยาตอนต้น หรือไม่เก่าไปพุทธศตวรรษที่ ๑๙
- การถือครองที่ดินหรือผู้ดูแล วัดเทพเจริญ (ถ้ำรับร่อ)
- การใช้งานในปัจจุบัน เป็นวัดในพุทธศาสนา ส่วนถ้ำรับร่อเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของวัด ทางวัดเปิดให้ประชาชนทั่วไปขึ้นไปสักการะพระพุทธรูป ในเทศกาลสำคัญจะมีงานประจำปีให้พุทธศาสนิกชน
ขึ้นมาสักการะ งานใหญ่ที่สุดคือ เทศกาลสงกรานต์
สภาพปัจจุบัน
ถ้ำรับร่อใช้เป็นสถานที่พระสงฆ์ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน และได้รับการพัฒนาเป็นแหล่องท่องเที่ยว โดยวัดเทพเจริญเป็นผู้ดูแลรักษา และใช้ถ้ำเป็นพุทธสถาน ถ้ำที่สำคัญที่สุดคือ ถ้ำพระ เป็นที่ประดิษฐาน
พระพุทธรูปปางต่าง ๆ ซึ่งปัจจุบันพระพุทธรูปปูนปั้นจำนวนหลายองค์ได้ชำรุดทรุดโทรมลงมาก ควรที่จะได้รับ
การอนุรักษ์ความถูกต้องตามหลักวิชาการ ปัจจุบันทางวัดได้สร้างบันไดปูนเพื่อขึ้นสู่ถ้ำทำป้ายประวัติติดไว้
ที่หน้าถ้ำ
ประกาศขึ้นทะเบียนประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๕๓ ตอนที่ ๓๔ วันที่ ๒๗ กันยายน ๒๔๗๙
ที่มาของข้อมูล
- กรมศิลปากร ศิลปะถ้ำสมัยประวัติศาสตร์
- วิเชียร ณ นคร และคณะนครศรีธรรมราช โรงพิมพ์อักษรสัมพันธ์ กรุงเทพ ๒๕๒๑