เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กระทรวงวัฒนธรรมในฐานะหน่วยงานภาครัฐที่รับผิดชอบ
การอนุรักษ์ ฟื้นฟู สนับสนุน ส่งเสริม และสืบทอดงานด้านศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรมของชาติ ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการน้อมนำหลักการ
"ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง" ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สู่การปฏิบัติเพื่อให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตอยู่ด้วยความสุขสงบบนพื้นฐานของ
ความพอเพียง ด้วยการรู้จักสร้างรายได้และประหยัด ให้มีกินมีใช้และมีเก็บตามสมควรแก่สถานะ
ในการนี้ กระทรวงวัฒนธรรมขอเชิญชวนสนับสนุนการแต่งกายด้วยผ้าไทย เพื่อเป็นการอนุรักษ์เอกลักษณ์ประจำชาติไทยที่สืบทอดมาเป็นเวลา
ช้านานแล้ว ยังเป็นการสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนที่ประกอบอาชีพการทอผ้าพื้นเมืองด้วย จึงเป็นการสานต่อปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่คนไทยทุกคน
พร้อมใจกันถวายเนื่องในดอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา
ชุดไทยพระราชนิยม
ชาวไทยมีการแต่งกายที่เป็นลักษณะเฉพาะของตนเองมาช้านาน และมีวิวัฒนาการสืบต่อกันมาเป็นลำดับ ส่วนหนึ่งได้รับการถ่ายทอดวัฒนธรรม
การแต่งกายจากต่างประเทศ จวบจนปัจจุบันชาวไทยส่วนใหญ่นิยมการแต่งกายแบบตะวันตก ซึ่งเป็นแบบสากลนิยม แต่ในบางโอกาสก็ไม่เหมาะสมกับ
สภาพภูมิอากาศของประเทศไทย ชุดไทยพระราชนิยมจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการแต่งกายของชาวไทยยุคปัจจุบัน เพื่อใช้สวมใส่ในโอกาสสำคัญต่างๆ
ทั้งยังแสดงออกถึงความเป็นเอกลักษณ์ของชนชาติไทย มีความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อม ดินฟ้าอากาศ และสามารถเลือกใช้เนื้อผ้าที่ผลิตได้เองใน
ประเทศ อาทิ ผ้าไหม ผ้าฝ้าย ซึ่งเป็นการส่งเสริมอาชีพการทอผ้าไทย และก่อให้เกิดรายได้และเงินทุนหมุนเวียนภายในประเทศอีกทางหนึ่ง
ชุดไทยพระราชนิยมของชายและหญิงมีหลายแบบ ในที่นี้คัดเลือกเฉพาะแบบที่สะดวกใช้ในชีวิตประจำวัน และโอกาสสำคัญซึ่งสามารถนำแบบ
ไปประยุกต์และปรับปรุง ส่วนประกอบให้เหมาะสมกับบุคลิกภาพของแต่ละบุคคล
ชุดไทยพระราชนิยมของสตรี
รูปแบบชุดไทยของสตรีในปัจจุบันได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชดำริปรับรูปแบบชุดไทย
ให้เหมาะสมกับโอกาสต่างๆ ได้อย่างเหมาะสมและงามสง่า ซึ่งจะกล่าวถึงเพียง ๓ แบบ คือ
๑. ชุดไทยเรือนต้น สำหรับใช้ในโอกาสมี่ไม่เป็นพิธีการ เช่น งานกฐิน งานทำบุญต่างๆ ผ้าซิ่นมีริ้วตามยาวหรือขวาง ป้ายหน้ายาวกรอมเท้า สีของเสื้อ
จะกลมกลืนหรือตัดกับซิ่นก็ได้ คอกลมตื้นไม่มีขอบ แขนสามส่วน ผ่าอก กระดุม ๕ เม็ด
 |
๒. ชุดไทยจิตรลดา สำหรับใช้ในพิธีกลางวัน ซิ่นใช้ผ้าไหมเกลี้ยงมีเชิงหรือยกดอกทั้งตัวผ้า ซิ่นยาวกรอมเท้า ป้ายหน้า ตัวเสื้อแขนยาวผ่าอก คอกลม
มีขอบตั้ง
๓. ชุดไทยอัมรินทร์ สำหรับงานพิธีตอนค่ำ ผ้าซิ่นใช้ผ้ายกไหมที่มีทองแกมหรือยกทองทั้งตัว ซิ่นยาวกรอมเท้า ป้ายหน้าตัวเสื้อแขนยาว
ผ่าอก คอกลม
มีขอบตั้ง ผู้สูงอายุ
อาจใช้คอกลมกว้างไม่มีขอบตั้ง แขนสามส่วน
เสื้อพระราชทานของบุรุษ
๑. แบบแขนสั้น เป็นเสื้อคอตั้งสูงประมาณ ๓.๕-๔ ซม. ตัวเสื้อเข้ารูปเล็กน้อย ผ่าอกตลอด มีสาบกว้างประมาณ ๓.๕ ซม. ขลิบรอบคอและสาบอก
ปลายแขนขลิบหรือพับแล้วขลิบที่รอยเย็บ ติดกระดุม ๕ เม็ด กระดุมมีลักษณะเป็นรูปกลมแบนทำด้วยวัสดุหุ้มด้วยผ้าสีเดียวกันหรือคล้ายคลึงกับ
เสื้อ กระเป๋าบนมีหรือไม่มีก็ได้ ถ้ามีให้เป็นกระเป๋า
เจาะข้างซ้าย ๑ กระเป๋า กระเป๋าล่างเป็นกระเป๋าเจาะข้างละ ๑ กระเป๋า อยู่สูงกว่าระดับกระดุม
เม็ดสุดท้ายเล็กน้อย
ขอบกระเป๋ามีขลิบ ชายเสื้ออาจผ่ากันตึง เส้นรอยตัดต่อมีหรือไม่มีก็ได้ ถ้ามีให้เดินจักรทับตะเข็บ
 |
๒. แบบแขนยาว เป็นเสื้อคอตั้งสูงประมาณ ๓.๕-๔ ซม. ตัวเสื้อเข้ารูปเล็กน้อย ผ่าอกตลอด มีสาบกว้างประมาณ ๓.๕ ซม. ขลิบรอบคอและสาบอก
ติดกระดุม ๕ เม็ด
กระดุมมีลักษณะเป็นรูปกลมแบนทำด้วยวัสดุหุ้มด้วยผ้าสีเดียวกัน หรือคล้ายคลึงกับเสื้อ กระเป๋าบนมีหรือไม่มีก็ได้ ถ้ามีให้เป็น
กระเป๋าเจาะข้างซ้าย ๑ กระเป๋า กระเป๋าล่าง
เป็นกระเป๋าเจาะข้างละ ๑ กระเป๋า อยู่สูงกว่าระดับกระดุมเม็ดสุดท้ายเล็กน้อย ขลิบที่ขอบแขนเสื้อ ตัดแบบ
เสื้อสากล
ปลายแขนเย็บทาบด้วยผ้าชนิดและสีเดียวกันกับตัวเสื้อ
กว้างประมาณ ๔-๕ ซม. โดยเริ่มจากตะเข็บด้านในอ้อมด้านหน้า ไปสิ้นสุด
เป็นปลายมนทับตะเข็บด้านหลังชายเสื้ออาจผ่ากันตึง เส้นรอยตัดต่อมีหรือไม่มีก็ได้ ถ้ามีให้เดินจักรทับตะเข็บ
๓. แบบแขนยาวคาดเอว ตัวเสื้อมีลักษณะเดียวกับแบบที่ ๒ แต่มีผ้าคาดเอว ขนาดกว้างยาวตามความเหมาะสม สีกลมกลืนหรือตัดกับสีของเสื้อ
ผูกเงื่อนแน่นทางซ้ายมือของผู้สวมใส่

|