โคปุระชั้นที่ ๒ ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมรูปกากบาท มีมุขทั้ง ๔ ทิศ
อาคารทั้งหมดประกอบด้วยมุขทั้ง ๔ และห้องใหญ่
มุขหน้า (มุขเหนือ) แบ่งเป็น ๒ คูหา ประตูซุ้มตรงกับทางขึ้นมีรูปสิงห์
นั่งอยู่ริมประตู หน้าบันจำหลักเป็นรูปเทพนั่งชันเข่า ทับหลังประตูจำหลัก
หน้าเกียรติมุข เสาประตูจำหลักลายกระจัง ที่โคนเสามีรูปโยคีนั่งประนมมือ
มุขตะวันออก แบ่งเป็น ๓ คูหา ริมประตูซุ้มข้างนอกตั้งรูปสิงห์ หน้าบัน
และทับหลังประตู จำหลักลายรูปเทพนั่งชันเข่าเหนือเศียรเกียรติมุข ทับหลัง
ประตูซุ้มข้างในจำหลักภาพแปลกออกไปคือ รูปเทพนั่งอยู่ในระหว่าง
เศียรนาคราช ๖ เศียร
มุขตะวันตก ทำเป็น ๓ คูหา หน้าบันและทับหลังซุ้มประจำหลักลวดลาย
ทำนองเดียวกัน
มุขใต้ ทำเป็น ๒ คูหาเหมือนมุขเหนือประตูซุ้มข้างในจำหนักภาพ
และลวดลายเหมือนกัน หน้าบันประตูข้างนอกจำหลักลายที่งดงามเป็นเรื่อง
นารายณ์สิบปางตอนกูรมาวตารกำลังกวนเกษียรสมุทร พระนารายณ์อวตาร
ลงมาเป็นเต่ารองรับเขาพระสุเมรุซึ่งเป็นแกนเสาใน การกวนเกษียรสมุทร
นาคดึกดำบรรพ์พันรอบแกน ด้านหนึ่งเทวดายุดอีกด้านหนึ่งอสูรยุดทับหลัง
ประตู ส่วนด้านนอกเป็นจำหลักเป็นรูปพระนารายณ์บรรทมสินธุ์เหนือหลัง
อนันตนาคราช
ห้องใหญ่ แบ่งเป็น ๕ คูหา มีบานประตูเปิดปิดได้ บนลานชั้นเดียวกับ
โคปุระหลังที่ ๒ นี้ ยังมีสิ่งก่อสร้างอื่นคือ สระหัวสิงห์ อยู่ระหว่างเส้นทางที่
ลาดขึ้นไปสู่พระมหามณเฑียรบนชั้นต่อไป ชั้นที่ ๓ จากจุดเริ่มต้น ถนนหิน
สองข้างปักเสานางเรียงขยาดย่อม ตลอดสองข้างทางมีคันหินถมดินเพื่อกั้น
น้ำฝนไม่ให้ไหลเข้าสู่อาคารสถาน ทางด้านทิศตะวันออกใกล้ชั้นที่ ๓ คือสระ
น้ำรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้าง ๙.๒๐ เมตร กรุด้วยท่อนหิน ตรงกึ่งกลางมีรูป
หัวสิงห์ทำด้วยศิลา ปากสิงห์มีรูให้น้ำไหล ใกล้สระน้ำมีฐานสี่เหลี่ยมย่อมุมไม้
สิบสอง