
เจดีย์บู่ทองกิตติ
เจดีย์บู่ทองกิตติ เป็นเจดีย์สำคัญ ที่ตั้งอยู่ที่วัดป่าวิเวกวัฒนาราม บ้านห้วยทราย
ตำบลคำบก อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร ตั้งอยู่ห่างจาก ตัวอำเภอคำชะอี ตามเส้นทางคำชะอีกุฉินารายณ์
เป็นระยะทางประมาณ ๗ กิโลเมตร
วัดป่าวิเวกวัฒนารามสถานที่ตั้งเจดีย์นี้เป็นวัดเก่าแก่
สร้างโดยพระธุดงค์สายพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต แม่ทัพธรรมแห่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
เมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๔๗๔ มีเนื้อที่ประมาณ ๓๒ ไร่
สำหรับเจดีย์บู่ทองกิตติ สร้างขึ้นโดยการปรารภของหลวงปู่จาม
มหาปุญโญ เจ้าอาวาสวัดป่าวิเวกวัฒนารามองค์ปัจจุบัน ลูกศิษย์ของพระอาจารย์มั่น
ภูริทัตโต เป็นแกนนำในการก่อสร้าง สำหรับเป็นที่เก็บรักษาพระบรมสารีริกธาตุขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้า
และพระธาตุของพระอรหันต์สาวกของพระองค์ อาทิ พระสิวลี พระอุปคุต พระองคุลีมาล เป็นต้น
พระธาตุใหญ่ดังกล่าว มีจำนวนมากมายว่าที่พบในที่อื่น ๆ ใช้เป็นที่เก็บพระพุทธรูปทั้งขนาดเล็กใหญ่
มีทั้งพระทองคำ เงิน ทองเหลือง ทองแดง ดินปูน รวมประมาณ ๑,๑๐๐ องค์ ใช้เก็บวัตถุโบราณต่าง
ๆ ที่มีผู้นำมาถวายให้แก่วัด เจดีย์แห่งนี้สร้างตามรูปแบบที่หลวงปู่จามเคยพบในความฝันว่าได้ท่องเที่ยวไปยังสถานที่ลึกลับแห่งหนึ่ง
แล้วไปพบเจดีย์รูปร่างแปลกประหลาดจึงจดจำไว้ เมื่อตื่นขึ้นได้ถ่ายทอดให้ลูกศิษย์ที่มีความสามารถทางการวาดภาพ
เอได้ภาพวาดตรงตามที่องค์หลวงปู่ให้รายละเอียดแล้ว ได้มอบให้ช่างในท้องถิ่นเป็นผู้ออกแบบ
คำนวณค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างทั้งหมด และใด้เก็บแบบเจดีย์ไว้เนื่องจากยังขาดกำลังทรัพย์ที่จะนำมาก่อสร้างได้
แต่มีความประสงค์ที่จะสร้างเจดีย์ รูปแบบดังกล่าวเพื่อใช้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของอรหันต์สาวกของพระพุทธองค์
ซึ่งขณะนั้นหลวงปู่จาม ได้รับมาจำนวนมากแต่ยังไม่มีที่สมควรจะเก็บรักษาได้
ต่อมามีคหบดีคือ คุณแม่บู่ทอง กิตติบุตร สานุศิษย์ของหลวงปู่จามซึ่งมีเชื้อสายเป็นเจ้านายเก่าจากจังหวัดเชียงใหม่
เจ้าของโรงพยาบาลลานนาและโรงแรมลานนา มากราบไหว้หลวงปู่และได้เห็นภาพเจดีย์ จึงเกิดศรัทธาอย่างแรงกล้าบริจาคเงินสร้างเจดีย์องค์นี้เป็นจำนวนมาก
และได้เริ่มลงมือก่อสร้าง เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๗ ใช้ช่างพื้นบ้านเป็นส่วนใหญ่ ควบคุมการก่อสร้างอย่างใกล้ชิดโดยหลวงปู่จาม
สร้างแล้วเสร็จ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๐
ลักษณะของเจดีย์
มีฐานรากลึก ๓ เมตร มีเสาขนาดใหญ่ ๙ เสา ตั้งอยู่บนฐานกว้าง ๑๓ เมตร ยาว ๑๓ เมตร
ความสูงจากพื้นถึงยอดเจดีย์ ๔๕ เมตร มีกำแพงแก้วล้อมรอบเจดีย์ กว้าง ๓๐ เมตร ยาว
๘๐ เมตร ชั้นล่างปูหินอ่อน ใช้ในการกระทำสังฆกรรมของพระในวัด ชั้นที่ ๒ มีบันไดขึ้นกราบไหว้พระบรมสารีริกธาตุ
และมีเจดีย์รูป ๔ เหลี่ยมขนาดใหญ่ในชั้นที่ ๓ ของเจดีย์ ๔ เหลี่ยมดังกล่าวแต่ละด้านจะเป็นฐานรูปทรงระฆังคว่ำขนาดย่อมย่อมุมไม้สิบสองมี
๔ องค์ ล้อมรอบเจดีย์รูปทรงระฆังคว่ำกลางที่มีรูปแบบคล้ายกันต่างกันเฉพาะที่มีขนาดใหญ่และสูงกว่า
เจดีย์รูปทรงขนาดย่อมจะอยู่รอยเจดีย์องค์กลางเป็นจตุรมุข ยอดเจดีย์องค์กลางยกช่อฉัตร
๙ ชั้น เมื่อสร้างและตกแต่งเสร็จแล้ว ได้ให้นามว่า เจดีย์บู่ทองกิตติ เพื่อเป็นอนุสรณ์สำหรับนางบู่มอง
กิตติบุตร ผู้ถวายเงินเพื่อสร้างเจดีย์จำนวนมาก
นอกจากวัดป่าวิเวกวัฒนารามจะมีรูปทรงแปลกแล้ว
ยังมีกุฏิพระเสาเดียวที่แปลกไม่เคยพบที่อื่นเลยจำนวนหลายหลัง ออกแบบและควบคุมการก่อสร้างโดย
หลวงปู่จาม มหาปุญโญ เช่นเดียวกัน นับเป็นวัดที่สำคัญและควรได้รับความสนใจจากพุทธศาสนิกชนควรที่จะแวะมาสักการบูชา
เพื่อเป็นสิริมงคลต่อตนเองตลอดไป